กุมภาพันธ์ 05, 2012, 09:24:50 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลไม่รู้ว่าใคร กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
   หน้าบอร์ด   เข้าสู่โหมดไร้คอนเซปต์ สมัครสมาชิก  
  
หน้า: 1 2 [3] 4 5   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ^-^ เครื่องดื่มสุขภาพ <<<< ใครมีสูตรเครื่องดื่มดีๆมาเพิ่มได้นะค่ะ>>>  (อ่าน 28566 ครั้ง)
petty
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #30 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2007, 10:28:50 PM »

ชาลำใย

ส่วนผสม   
  ชาดำ 1 ช้อนโต๊ะ   
  ลำใยแห้ง 3 ถ้วยตวง   
  น้ำสะอาด 700 ซีซี   
  มะนาว 1 ลูก   
   
วิธีทำ  
- เอาน้ำใส่กาใส่ลำใยแห้งลงไป ตั้งไฟให้เดือด เคี่ยวนานประมาณ 10 นาที แล้วยกลงกรองเอาเนื้อลำใยออก 
- เอาชาดำใส่ถุงแช่ไว้นาน 3 นาที แล้วยกถุงชาออก บีบมะนาวลงไป 


หมายเหตุ : ขนาดชามะนาวก็ไม่ต้องใช้น้ำตาลทรายเลย ...ก๊อ...ไหนว่าลำใยถูกแล้วน้ำตาลแพง ก็ใช้ความหวานจากเนื้อลำใยมาต้มเอาน้ำหวานซิ ชามะนาวของคุณจะหอมหวานกว่าเดิม ถ้าสูตรที่ให้ยังไม่หวานถูกใจก็เพิ่มลำใยลงไปได้อีก
เป็นการช่วยชาวสวนลำใยไปในตัว 
บันทึกการเข้า
kw@ng
ขั้น 4 : แฟนคลับบอร์ด
***

ความนิยม 73
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
พลังสะสม: 797


็ีFacebook : Gwanging Arch Imd


เว็บไซต์
« ตอบ #31 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2007, 10:26:57 PM »

ว๊าว น่าดื่มจังเลยนะคะ  ส่งสายตาหวาน+1คะ
บันทึกการเข้า

HuGwang :}
kw@ng
ขั้น 4 : แฟนคลับบอร์ด
***

ความนิยม 73
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
พลังสะสม: 797


็ีFacebook : Gwanging Arch Imd


เว็บไซต์
« ตอบ #32 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2007, 06:20:52 PM »

น้ำฟักทอง

เมล็ดฟักทองมีสารชื่อ คิวเคอร์บิติน (cucurbitine) มีฤทธิ์ฆ่าพยาธิตัวตืดได้ เตรียมได้จากเมล็ดฟักทองประมาณ 60 กรัม ทุบให้แตก ผสมกับน้ำตาล นม และน้ำเติมลงไปจนได้ประมาณ 500 มิลลิลิตร แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง ห่างกันทุก 2 ชั่วโมง หลังจากให้ยาแล้วประมาณ 2 ชั่วโมงให้รับประทานยาระบายน้ำมันละหุ่ง 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนเนื้อฟักทองมีแป้งและน้ำตาลประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ เส้นใย 1 เปอร์เซ็นต์ และมีวิตามินซีในปริมาณสูง นอกจากนั้นยังมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณที่สูงมากเช่นกัน

ฟักทองเป็นพืชตระกูลมะระ จัดเป็นไม้เถาขนาดใหญ่ เลื้อยตามดิน ยาว 5-12 เมตร เถา ก้านใบ แผ่นใบ ก้านดอก กลีบเลี้ยง และผลอ่อนมีขนยาว ใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยว เว้าเป็นหยัก ดอกเดี่ยว ดอกตัวผู้กับตัวเมีย แยกกันแต่อยู่ในเถาเดียวกัน ผิวผลเมื่อยังอ่อนออกสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีเขียวสลับเหลือง ผิวขรุขระ เปลือกแข็ง เนื้อในสีเหลือง ไส้เส้นใยสีเหลืองนิ่ม มีเมล็ดสีขาวแบน ๆ ติดอยู่จำนวนมาก

แนะนำส่วนผสมของน้ำฟักทอง

ฟักทองนึ่งสุก 1 ถ้วย
น้ำสะอาด 3 ถ้วย
น้ำตาลทราย 100 กรัม หรือน้ำเชื่อม 1 ถ้วยตวง
เกลือป่น
วิธีทำ

ปอกเปลือกฟักทอง นึ่งให้สุก ใส่เครื่องปั่นเติมน้ำ ปั่นให้ละเอียด เทใส่ภาชนะนำไปตั้งไฟ เติมน้ำตาลทราย เกลือป่น ชิมรสตามใจชอบ กรองด้วยผ้าขาวบางใส่หม้อตั้งไฟพอเดือด ยกลง จะได้น้ำฟักทองสีเหลือง มีรสหวานมัน เทใส่ขวด นำไปแช่เย็น หรือนำฟักทองไปนึ่งให้สุก แล้วนำมาใส่เครื่องปั่น เติมน้ำ แล้วปั่นให้ละเอียด นำไปตั้งไฟต้มจนเดือด เติมน้ำเชื่อม และเกลือลงไป ชิมรส เมื่อได้รสชาติตามชอบแล้วยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง เราก็จะได้น้ำฟักทองสีเหลืองน่ารับประทาน

คุณค่าทางโภชนาการ

เนื้อฟักทอง มีวิตามินเอสูงมาก มีฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซี แป้ง สารสีเหลืองและโปรตีน
ใบอ่อน มีวิตามินเอสูงเท่ากับเนื้อฟักทอง มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงกว่าในเนื้อ
ดอก มีวิตามินเอ ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัส มีวิตามินซีเล็กน้อย
เมล็ด มีน้ำมัน แป้ง ฟอสฟอรัส โปรตีนและวิตามิน
สรรพคุณ

เมล็ด ขับพยาธิตัวตืด ขับปัสสาวะ และบำรุงร่างกาย
ราก บำรุงร่างกาย แก้ไอ ถ่อนพิษของฝิ่น
น้ำมันจากเมล็ด บำรุงประสาท
เยื่อกลางผล พอกแก้ฟกช้ำ แก้ปวดอักเสบ
ในทางโหราศาสตร์ได้จัดแบ่งราศีเกิดของคนเราตามการหมุนของดวงอาทิตย์ไว้ 12 ราศี แต่ละราศีจะเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของแต่ละคน และมีผลต่อร่างกายของคนเรา ซึ่งประกอบไปด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ บุคคลแต่ละคนจะมีธาตุหนึ่งธาตุใดในร่างกายเด่นชัดออกมา และจะแสดงออกเป็นบุคลิก นิสิยใจคอ อารมณ์ รวมทั้งพฤติกรรมการเลือกบริโภคอาหารให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลได้

ธาตุดิน ได้แก่ผู้ที่เกิดราศีพฤษภ ราศีกันย์ และราศีธนู มักจะชอบดื่มน้ำผักและผลไม้ที่มีรสฝาด รสหวาน รสมัน และรสเค็ม

รสฝาด เช่น น้ำฝรั่ง น้ำมะตูม น้ำกระท้อน น้ำมะกอก น้ำมะขามป้อม น้ำลูกหว้า
รสหวาน เช่น น้ำแตงโม น้ำมะละกอ น้ำกล้วยหอม น้ำขนุน น้ำเงาะ น้ำน้อยหน่า
น้ำละมุดฝรั่ง น้ำลำใย น้ำอ้อย
รสมัน เช่น น้ำกระจับ น้ำข้าวโพด น้ำฟักทอง น้ำแห้ว
รสเค็ม เช่น เกลือ
ปัจจุบันกระแสนิยมน้ำสมุนไพร ซึ่งเป็นน้ำดื่มที่ได้จากการใช้ส่วนประกอบต่าง ๆ ของพืช เช่น ผลไม้ หรือ ธัญพืชต่าง ๆ นำมาแปรรูปให้เหมาะสมตามฤดูกาล การเตรียมน้ำสมุนไพรไว้ดื่มเองนั้น ราคาจะย่อมเยา สะอาด ปราศจากสารพิษรสชาติจะถูกปากของแต่ละบุคคล นอกจากนี้คุณค่าและประโยชน์ของน้ำสมุนไพรยังเชื่อว่ามีมากมายหลายประการ โดยเฉพาะน้ำสมุนไพรให้คุณค่าและประโยชน์ต่อร่างกายโดยตรง มีผลต่อระบบการย่อยอาหาร เจริญอาหาร ให้พลังงาน ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ร่างกายกระชุ่มกระชวย และอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ และยังช่วยบำรุงเส้นผม ช่วยควบคุมไขมันส่วนที่เกิดจากการบริโภคเนื้อสัตว์ ทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสารอาหารในน้ำสมุนไพรช่วยควบคุมระบบการทำงานของร่างกายทำให้สารอาหารชนิดอื่นได้ประโยชน์อย่างเต็มที่

ควรเลือกสมุนไพรสด เลือกที่สด ๆ เก็บจากต้นใหม่ ๆ ตามฤดูกาล สีสรรเป็นธรรมชาติตามชนิดของสมุนไพร ไม่มีรอยช้ำเน่าเสีย ความสดทำให้มีรสชาติดี มีคุณค่ามากกว่า หากใช้สมุนไพรแห้ง การซื้อควรดูที่ความสะอาด สีสรรไม่คล้ำมาก เช่น กระเจี๊ยบแห้ง ควรมีสีแดงคล้ำแต่ไม่ดำ มะตูมแห้งควรมีสีน้ำตาลออกแดง จะต้องไม่มีกลิ่นของปัสสาวะ หรือ อุจจาระสัตว์ เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้รูป กลิ่น สี ของน้ำสมุนไพรเปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม น้ำสมุนไพรบางชนิดดื่มลำบากในช่วงแรก อาจทำให้รู้สึกอึดอัด เนื่องจากรสชาติไม่ค่อยตรงกับรสนิยมของผู้ดื่ม วิธการดื่มที่ดี ควรดื่มแบบจิบช้า ๆ และควรดื่มทันทีที่ปรุงเสร็จ เพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารและยามากกว่าปล่อยทิ้งไว้นานแล้วดื่ม เพราะทำให้คุณค่าลดลง นอกจากนี้การดื่มน้ำสมุนไพรชนิดเดียวกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการสะสมสารบางชนิดที่มีฤทธิ์ต่อร่างกาย และพบว่าการดื่มน้ำสมุนไพรร้อน ๆ ที่มีอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไปทำให้เยื่อบุผิวหลอดอาหารเสียสภาพภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ และอาจทำให้มีการดูดซึมสารก่อมะเร็งหรือจุลินทรีย์ปนเปื้อนได้ง่าย

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
http://www.bangkokhealth.com/nutrition_htdoc/nutrition_health_detail.asp?number=9320
บันทึกการเข้า

HuGwang :}
petty
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #33 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2007, 01:24:49 PM »



น้ำลองกอง

ส่วนผสม
เนื้อลองกอง 1 ถ้วย
น้ำสะอาด 1 1/2 ถ้วย
น้ำเชื่อม 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ
แกะเนื้อลองกอง ใส่เครื่องปั่น เติมน้ำแล้ว ปั่นต่อ เสร็จแล้วเติมน้ำเชื่อม ใส่เกลือป่น ชิมรสตามใจชอบ จะได้น้ำลองกอง รสหวาน หอม เปรี้ยว เค็ม เล็กน้อย ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น
 
บันทึกการเข้า
petty
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #34 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2007, 09:21:03 PM »




ราสเบอร์รี่ฟรีซ..ราสเบอร์รี่ปั่น

 
ส่วนประกอบ
- น้ำต้มสุก1/2 ลิตร
- ราสเบอร์รี่กวน 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเชื่อม 1/4 ถ้วย
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำแดง 1 ถ้วย
 
วิธีทำ
 
- นำราสเบอร์รี่ น้ำต้มสุก น้ำเชื่อม น้ำมะนาว น้ำแดง ปั่นจนส่วนผสมเข้ากัน
- เติมน้ำแข็งบด 4 ถ้วยตวง
- ปั่นต่อจนน้ำผลไม้และน้ำแข็งเข้ากันคล้ายหวานเย็น พร้อมเสิร์ฟ
 
บันทึกการเข้า
petty
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #35 เมื่อ: กันยายน 21, 2007, 06:14:09 PM »





รวิยาคู

 โอ้โฮ ชื่อเพราะจัง อะไรเอ่ย "รวิ" หมายถึงพระอาทิตย์ไงคะ มีแสงสีแดงสีเหลือง สลับกันสวยงามเวลาพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก ดูแล้วสบายใจจริงๆ ส่วน "ยาคู" นั้น ตามคำศัพท์ที่แท้จริง คือขนมที่ทำจากข้าวอ่อน แต่เรามาดัดแปลงโดยใช้เกล็ดธัญพืช คลุกเคล้ากับน้ำผึ้งให้มีรสชาติ ไม่จืดชืด เมื่อรับประทานพร้อมเกล็ดแตงโมสีสวยหวาน เวลาทำก็แสน..ง่าย เวลารับประทานก็แสน...อร่อย เย็นชื่นใจ หายเหนื่อยหลังกลับจากทำงานดีนักแล เตรียมไว้ต้อนรับเพื่อนๆ ก็ยิ่งดีใหญ่ มีเคล็ดลับอยู่อย่างหนึ่ง ก่อนยกมาเสิร์ฟก็ประกาศชื่อเมนูเสียก่อน คนฟังก็จะตาโตรอคอยเลยล่ะ พอเห็นแล้วก็ต้องร้อง อู้ฮู้..กันเป็นแถว คุณก็มีหน้าที่แจกแจงวิธีการง่ายๆ ถ่ายทอดกันไป สนุกดีนะคะ

เครื่องปรุง

    - แตงโมเนื้อแดง   1   ลูก
    - แตงโมเนื้อเหลือง   1   ลูก
    - เกล็ดธัญพืช   1   ถ้วยเล็ก
    - น้ำผึ้ง   2   ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ผ่าแตงโมแบ่งครึ่ง ใช้ช้อนตักเนื้อแตงโมใส่กระชอน แล้วใช้สากบดเนื้อแตงโมให้น้ำไหลลงถ้วยที่รองอยู่ด้านล่าง ทำอย่างนี้ทั้งแตงโมแดงและเหลือง แยกสีน้ำแตงโมไว้
2. นำน้ำแตงโมที่คั้นไว้แล้วเข้าช่องแช่แข็ง ทิ้งไว้อย่างน้อย 6 ชั่วโมง หรือทั้งคืนก็ได้ เพื่อให้เป็นน้ำแข็ง
3. เทเกล็ดธัญพืชลงกระทะ ความร้อนที่ไฟอ่อน เทน้ำผึ้งลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น แล้วค่อยใช้ช้อนกดให้เกล็ดแตกกระจาย ไม่จับกันเป็นก้อน
4. เมื่อจะรับประทาน ค่อยน้ำน้ำแตงโมที่แข็งตัวแล้วออกมา แล้วใช้ส้อมขูดให้เป็นเกล็ดน้ำแข็งทั้งสองสี
5. จัดลงแก้วทรงสวย โดยเทเกล็ดน้ำแตงโมสลับสีกัน แล้วโรยหน้าด้วยธัญพืชเสิร์ฟทันที


http://www.cheewajit.com/recipe.asp?hid=12
บันทึกการเข้า
petty
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #36 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2007, 12:10:29 AM »



ผลไม้ปั่นกับฟรุตสลัด 

ส่วนผสม (2 คน)
สับปะรดฉ่ำสุก  1/4  ลูก 
กล้วยหอมไม่สุกมาก  1  ลูก 
แอ๊ปเปิ้ล  1  ลูก 
หรือผลไม้ตามฤดูกาล     
น้ำมะนาว  1/2  ลูก 
น้ำตาลไอซิ่ง  1  ช้อนโต๊ะ 
เหล้า Kirsch  1 1/2 ช้อนโต๊ะ 

วิธีทำ
     หั่นผลไม้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมหรือควักเป็นลูกตามชอบ คลุกกล้วยหอมกับน้ำมะนาวเพื่อไม่ให้กล้วยดำ โรยน้ำตาลไอซิ่งและเหล้าเกียร์ชให้ทั่วผลไม้ที่เตรียมไว้ นำไปแช่เย็นในช่องแช่เย็นธรรมดาประมาณ 3 ชั่วโมง

ผลไม้ปั่นส่วนผสม (2 คน)
สตรอว์เบอร์รี่  200  กรัม 
หรือกีวี  2-3  ลูก 
น้ำตาลไอซิ่ง  2  ช้อนโต๊ะ 
เหล้าเกียร์ช  1  ช้อนโต๊ะ 
น้ำมะนาว  1/2  ลูก 

วิธีทำ
     หั่นสตรอว์เบอร์รี่หรือกีวีเป็นชิ้นตามชอบ แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด ใส่ไอซิ่ง น้ำมะนาว และเหล้าเกียร์ช ผสมให้เข้ากัน ใส่ถ้วย นำไปแช่ในช่องเย็นธรรมดานานประมาณ 3 ชั่วโมง
     ก่อนรับประทานนำฟรุตสลัดราดน้ำผลไม้ปั่น จัดแต่งให้สวยงาม

H&C Tips
     เหล้า Kirsch เป็นเหล้าที่กลั่นจากน้ำหมักของผลเชอร์รี่ดำ ไม่มีสี รสไม่หวาน ถ้าไม่มีจะใช้เหล้า Marashino เหล้ารสหวาน หรือ Cointreau เหล้าหลังอาหารชนิดหนึ่งก็ได้ แต่รสชาติของเหล้าเกียร์ชจะเข้ากับผลไม้ได้ดีที่สุด

     หาซื้อได้ที่วิลล่าซูเปอร์มาร์เก็ตค่ะ
 
 
บันทึกการเข้า
petty
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #37 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2007, 12:19:08 AM »

น้ำมะเขือเทศ - แอปเปิ้ล

ส่วนผสม   
  มะเขือเทศ 4-5 ผล   
  แอปเปิ้ล 1 ผล   
  เกลือนิดหน่อย   
  น้ำแข็ง   
   
วิธีทำ 
- คั้นแอปเปิ้ลเอาน้ำออกมาก่อน เทน้ำแอปเปิ้ลใส่ลงไปในเบลนเดอร์ ใส่มะเขือเทศลงไปปั่นแล้วกรองเอากากออก เติมเกลือลงไปนิดหน่อย เวลาเสิร์ฟเติมน้ำแข็งลงไปด้วย 

หมายเหตุ : มะเขือเทศมีสารตัวหนึ่งชื่อไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้ผิวสวย เหมาะสำหรับการดื่มในหน้าร้อนอย่างยิ่ง เพราะไลโคปีนจะเข้าไปปกป้องเราจากแสงอัลตร้าไวโอเล็ตที่แรงกล้าในหน้าร้อน ไลโคปีนยังสามารถใช้ต้านมะเร็งได้หลายชนิด เมนูนี้เมื่อทำให้หวานขึ้นเล็กน้อยด้วยแอปเปิ้ลจะกินง่ายขึ้น 
บันทึกการเข้า
petty
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #38 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2007, 10:53:53 PM »

น้ำมะพร้าวใบไผ่

เครื่องปรุง 
- น้ำมะพร้าวน้ำหอม 1 ลูก
- ใบไผ่ 1 กำมือ
 
วิธีทำ ล้างใบไผ่ให้สะอาด แล้วเอาลงปั่นในเบลนเดอร์กับน้ำมะพร้าว ปั่นจนใบไผ่ขาดออกจากกันและน้ำเป็นสีเขียวอ่อน จึงกรองเอากากออก ขูดเนื้อมะพร้าวอ่อนใส่ลงไปก็จะอร่อยยิ่งขึ้น
   
หมายเหตุ น้ำมะพร้าวปั่นกับใบไผ่ ใช้สำหรับดับกระหาย เหมาะมากหากอากาศร้อนจัด เพราะใบไผ่เป็นยาเย็นแก้ร้อนใน ส่วนน้ำมะพร้าวมีเกลือแร่โซเดียมเล็กน้อย จะทดแทนเกลือที่เสียไปกับเหงื่อได้ดี
 
บันทึกการเข้า
petty
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #39 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2007, 10:20:49 PM »



น้ำ lti-Vit C

เครื่องปรุง
เนื้อมะขามป้อม 1/2 ถ้วย 
มะระจีนหั่นชิ้นแช่เย็น  1/4 ถ้วย 
น้ำแข็งบดละเอียด 1 ถ้วย 
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ 
ใบสะระแหน่  1/4  ถ้วย 
น้ำเชื่อม 2 ช้อนโต๊ะ 
เกลือสมุทร  1/2  ช้อนชา 
   
วิธีทำ
-  คั้นมะขามป้อมด้วยเครื่องแยกกากแยกน้ำ ใส่แก้ว พักไว้
-  ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด
-  รินใส่แก้ว ตกแต่งด้วยยอดสะระแหน่เสิร์ฟ

บันทึกการเข้า
petty
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #40 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2007, 10:32:44 PM »

ชาตะไคร้สะระแหน่

เครื่องปรุง

น้ำ 4 ถ้วย 
ตะไคร้ซอยชนิดแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ 
ยอดสะระแหน่ 5 ยอด 
ยอดสะระแหน่สำหรับตกแต่ง   

วิธีทำ

1.  ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลางจนเดือดจัด ปิดไฟ ใส่ตะไคร้กับยอดสะระแหน่ แช่ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง เทใส่เหยือก เตรียมไว้
2.  รินใส่แก้ว ตกแต่งด้วยยอดสะระแหน่ เสิร์ฟ

สรรพคุณ : แก้ปวดกระดูก , ปวดหลัง , ปวดแข้งปวดขา , ป้องกันโรคกระดูกผุ , นั่งดูหนังสือแล้วตาลาย ลุกขึ้นแล้วหน้ามืด , ป้องกันโรคไต , เบาหวาน , คอเรสเตอรอล
บันทึกการเข้า
petty
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #41 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2007, 10:46:21 PM »

น้ำชากับน้ำผลไม้
การดื่มน้ำชาฝรั่ง บางทีก็สามารถทำให้รสชาติเปลี่ยนไปสู่ความรู้สึกใหม่ๆ ได้ไม่ยาก โดยเฉพาะการเปลี่ยนไปสู่การดื่มแบบ \'ชาเย็น\' ที่เหมาะกับอากาศร้อนของบ้านเรา เพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าให้กับรสชาติและการดื่มชาด้วยการเติม \'น้ำผลไม้คั้นสด\' ลงไป ดื่มใส่น้ำแข็ง ก็ทำให้ได้ ชาเย็นรสผลไม้ แปลกไปจากชามะนาวเย็นรสเดิมๆ นักปรุงอาหารชาวออสเตรเลีย ดอนน่า เฮย์ มีสูตรแปลงน้ำชาฝรั่งเป็นชาเย็นผลไม้ที่เหมาะกับงานปาร์ตี้หรือการสังสรรค์ภายในครอบครัว เธอจับคู่ชามะลิกับน้ำส้มคั้นนำมาดื่มใส่น้ำแข็ง ช่วงนี้ประเทศไทยมีผลไม้เมืองนอกเข้ามาจำหน่ายมากมาย ใครโปรดปรานราสพ์เบอร์รี ก็มีสูตรน้ำชาให้ลองดัดแปลง
แถมสูตรน้ำตะไคร้เบื้องต้นให้อีกหนึ่งสูตรด้วยล่ะ


ชาเย็นดาร์จีลิ่งราสพ์เบอร์รี (สำหรับ 4 ที่)

ใบชาดาร์จีลิ่ง (Darjeeling) 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเดือด 4+1/2 ถ้วย
ราสพ์เบอร์รี 1+1/4 ถ้วย
น้ำตาล 1/2 ถ้วย
น้ำแข็งทุบ

ใส่ใบชาลงในเหยือกชงชา เทน้ำร้อนตามลงไป ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที กรองน้ำชาที่ได้แล้วตั้งทิ้งไว้จนเย็น กดผลราสพ์เบอร์รีด้วยด้านหลังของส้อมพอให้เนื้อผลไม้ปริแตกยุ่ย ใส่เนื้อราสพ์เบอร์รีและน้ำลงในน้ำชา ตามด้วยน้ำตาล คนจนเข้ากันดี เสิร์ฟในแก้วที่เตรียมน้ำแข็งไว้



ชามะลิน้ำส้ม (สำหรับ 4 ที่)

ใบชามะลิ (jasmine tea leaves) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเดือด 2+1/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
น้ำส้มคั้น 2 ถ้วย
น้ำแข็งทุบ
 
ใส่ใบชาลงในเหยือกชงชา เทน้ำเดือดตามลงไป ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที กรองน้ำชาที่ได้ จากนั้นเติมน้ำตาลทราย คนจนละลาย เมื่อตั้งทิ้งไว้จนเย็นแล้วจึงเติมน้ำส้มคั้น รินใส่แก้วที่มีน้ำแข็งทุบ


ชาตะไคร้เย็น (สำหรับ 4 ที่)
ก้านตะไคร้ 10 ก้าน (สับ)
น้ำสะอาด 7+1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2+1/2 ช้อนโต๊ะ
ก้านตะไคร้ (สำหรับตกแต่ง) 4 ก้าน
น้ำแข็งทุบ

สับก้านตะไคร้ด้วยเครื่องสับอาหาร (หรือใช้มีดสับเองก็ได้) ตั้งไฟเคี่ยวตะไคร้สับในน้ำประมาณ 15 นาที เติมน้ำตาลทรายลงไป ตั้งทิ้งไว้จนเย็นแล้วกรอง จากนั้นเติมน้ำมะนาว รินใส่แก้วที่เตรียมน้ำแข็งไว้แล้ว ทุบโคนก้านตะไคร้ที่เตรียมไว้สำหรับตกแต่งแล้วมัดเป็นปม ใส่ลงในแก้ว กลิ่นตะไคร้หอมชื่นใจแน่นอน


ล้างพิษด้วยการดื่มน้ำ
ทุกวันนี้ชีวิตประจำวันของคนแต่ละคนมักเต็มไปด้วยภารกิจอันยุ่งเหยิง ทั้งหน้าที่การงาน ดูแลครอบครัว สังสรรค์เพื่อสังคม บางครั้งเป็นสาเหตุให้ร่างกายถูกใช้งานหนัก บวกกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลภาวะ ความเครียด ส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบสุขภาพ ร่างกายเริ่มอ่อนล้าจากการทำงานหนักและรับมือกับมลภาวะทั้งจากภายนอกและภายในร่างกาย ผู้ผลิตน้ำแร่ธรรมชาติ เอเวียง (Avian) แนะนำให้ลองหันมาปลดปล่อยสิ่งไม่จำเป็นและเริ่มชำระล้างระบบภายในร่างกายด้วย การล้างพิษ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่เป็นธรรมชาติที่สุดและสามารถทำได้ด้วยตัวเองก็คือ ล้างพิษด้วยการดื่มน้ำ น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นคืนสภาพและปรับกลไกการทำงานของระบบสู่ภาวะปกติ เช่น ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เว้นช่วงระยะเวลาการดื่มตามความเหมาะสม และเป็นน้ำที่สะอาด

แต่ถ้าเป็นการล้างพิษตำรับเอเวียง มีสูตรที่จะมอบความสดชื่นปลอดโปร่งให้กับร่างกาย 5 ขั้นตอนด้วยกัน ดังนี้:-

1.ให้ความชุ่มชื้นแก่ร่างกาย
ดื่มน้ำให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร เพราะจะช่วยทำความสะอาดระบบภายในร่างกายและขับออกสู่ภายนอก

2. เปลี่ยนนิสัยการรับประทาน
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเลือกแต่อาหารธรรมชาติที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป และกำจัด\'อาหารขยะ\'ออกไปจากชีวิต เพราะ\'อาหารขยะ\'มีสารเคมีและวัตถุกันเสียที่ร่างกายไม่ต้องการ อีกทั้งยังไม่มีคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย แคลอรีที่ร่างกายได้รับจึงเป็นแคลอรีไร้ประโยชน์

3. นอนหลับเพื่อความงาม
นอนหลับให้ได้ 6-8 ชั่วโมงในแต่ละคืน เพราะเป็นโอกาสที่ร่างกายจะได้พักผ่อนและได้รับการฟื้นฟู พยายามอย่านอนดึก และอย่าลืมดื่มน้ำก่อนเข้านอน และดื่มอีกครั้งแก้วใหญ่ๆ เต็มๆ สักแก้วเมื่อเริ่มต้นเช้าวันใหม่

4. ฟิตร่างกาย
การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยรักษารูปร่าง ออกกำลังกายแต่พอดี อย่าหักโหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่คุณกำลังล้างพิษ และควรดื่มน้ำแร่ธรรมชาติก่อน และดื่มเป็นระยะๆ ตลอดการออกกำลังกาย

5. ปลุกความสดใสให้ผิวพรรณ
เมื่อใดก็ตามที่ละเลยการดูแลตัวเอง ผิวของคุณจะฟ้อง การล้างพิษช่วยให้ผิวกลับมาเปล่งปลั่งสดใสดังเดิม ใช้สเปรย์น้ำแร่พ่นเบาๆ ให้ทั่วผิวหน้า จะช่วยเพิ่มความสดใสมีชีวิตชีวาและยังช่วยให้เครื่องสำอางของคุณติดทนนานตลอดวัน

ล้างพิษแล้วก็ควรทำจิตใจให้คิดดีทำดีด้วย จะได้ช่วยๆ กันดีทั้งร่างกายและจิตใจ

-ข้อมูลจาก นิตยสาร @Taste-

บันทึกการเข้า
petty
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #42 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2007, 11:40:14 PM »



น้ำผักกาดหอม

ผักกาดหอมสีเขียวสดใส ที่เรามักพบเห็นเป็นผักรองจานเสนออาหารทอดต่างๆ หรือเป็นผักอื่นๆในผักสลัดนั้น เปี่ยมด้วยวิตามินเอ ที่มากถึง 3,392 หน่วยสากล และยังอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินอี และเกลือแร่ต่างๆมากมาย คุณสมบัติของผักกาดหอมที่จะกล่าวต่อไปนี้ เข้ายุคสมัย เพราะผักกาดหอมมีสารที่ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพดี เงางาม มีน้ำหนัก แข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย ทั้งยังช่วยบำรุงหนังศีรษะ และยังช่วยสร้างฮีโมโกบินในเม็ดเลือดแดงด้วย ก่อนจะทำน้ำผักกาดหอ ต้องเลือกใบผักกาดหอมที่สีเขียวสดใส ไม่มีตำหนิ ไม่ช้ำ ไม่เสีย แกะใบออกเป็นกาบ ล้างน้ำโดยให้น้ำไหลผ่านทีละใบจนสะอาด

วิธีทำ (จำนวน 1 แก้ว)
ผักกาดหอมสด 6 ใบ
แครอท  3 หัว(น้ำหนัก 450 กรัม)
กะหล่ำปลีหั่น  1 ถ้วย
ใบคะน้า  4 ใบ
ใบผักโขม  1 ถ้วย
น้ำเชื่อม  2 ช้อนโต๊ะ


ล้างผักทุกชนิดให้สะอาด แครอทปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นใหญ่ แล้วจึงคั้นน้ำผักกาดหอม ผักโขม แครอท กะหล่ำปลี ใบคะน้า ต่างหากจากกัน แล้วนำน้ำคั้นผักทั้งหมดผสมรวมกัน ผสมกับน้ำเชื่อมให้เข้ากัน รินใส่แก้ว นำไปแช่เย็นจัด ดื่มได้รสชาติสดชื่น 

www.homedd.com
บันทึกการเข้า
petty
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #43 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2007, 11:54:13 PM »

สมูทตี้แตงกวา  เลมอนและสะระแหน่

   เครื่องดื่มรสอ่อนๆ ที่ให้ความสดชื่นแก้วนี้ดีอย่างยิ่งต่อสุขภาพไต  เพราะช่วยกระตุ้นการขจัดสารพิษ  ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญหากคุณกำลังลดน้ำหนักโดยการรับประทานอาหารโปรตีนสูง

เครื่องปรุง

แตกกวา  250  กรัม  (ปอกเปลือกล้างให้สะอาด)
เลมอน            1/2  ผล
ใบสะระแหน่  3-4  ใบ
น้ำแข็งก้อน     2-3 ก้อน


วิธีทำ

หั่นแตกกวาเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า  คั้นน้ำเลมอน  นำส่วนผสมทั้ง 2 อย่างไปปั่นกับใบสะระแหน่และน้ำแข็งทำเป็นสมูทตีเย็นจัด  ตกแต่ด้วยใบสะระแหน่ตามชอบ

บันทึกการเข้า
petty
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #44 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2007, 10:58:31 PM »

ราสป์เบอร์รี่ปั่น
      ราสป์เบอร์รี่ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน  ส่วนถั่วเหลืองอุดมด้วยไพโทเอสโทเจน  ซึ่งอาจช่วยป้องกันมะเร็งรังไข่และทรวงอก
ส่วนผสมทั้งสองชนิดนี้ดีต่อสุขภาพของผู้หญิงเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนผสม

ราสป์เบอร์รี่    100  กรัม    (3 1/2 ออนซ์)
นมถั่วเหลือง    150  มิลลิลิตร       (1/4 ไพนต์)

วิธีทำ
นำราสป์เบอรี่แช่ช่องแข็งหรือจะซื้อแบบแช่แข็งมาทำเลยก็ได้ (แบ่งไว้สำหรับแต่หน้า 2 - 3 ผล
จากนั้นนำไปปั่นกับนมถั่วเหลืองจนเข้ากัน  เทใส่แก้วแล้วตกแต่งด้วยราสป์เบอรี่
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



art2bempire.com DekNaiMor.com Mayahol.com Mayahol.com 
เว็บไซต์ไร้คอนเซปต์ : หาเพื่อนแก้เหงา แบ่งปันเรื่องราว ความรู้ คอมพิวเตอร์ มือถือ ดาวน์โหลดโปรแกรม หนัง เพลง ฯลฯ เสบียงบุญ sumbydee.com:ชุมชนคนรักโทรศัพท์ DJ-THAI-REMIX Dance Hiphop House สังคมสร้างสรรค์เสียงเพลง Shoppingforlady.com

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.15 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!