LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« เมื่อ: ธันวาคม 06, 2007, 01:48:47 PM » |
|
ป้อมมานำเสนอ Tipและเทคนิคที่น่าสนใจมากฝากคะ
ใครที่มี Tip ดีๆที่อยากจะบอกต่อๆกันโพสไว้ในที่นี้ได้เลยนะคะ
Tip ที่นำมาฝากนี้ รับรองว่าทำได้แน่นอนคะ คัดเลือกมาอย่างดีเลย
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2007, 01:49:56 PM » |
|
ละลายเนื้อแช่แข็งโดยไม่เสียรสชาติ
วิธี คือ นำหม้อแสตนเลสมา 2 ใบ นำใบหนึ่งคว่ำ เอาเนื้อชิ้นที่ต้องการละลายวางไว้บนก้นหม้อที่หงายขึ้น แล้วเอาหม้ออีกใบวางทับเนื้อ โดยใช้ด้านก้นหม้อ เพียง 15 นาที เนื้อที่แข็งจนหั่นไม่เข้า ก็นิ่มจนสามารถนำไปปรุงอาหารได้แล้ว
แสตนเลสมีคุณสมบัติในการนำพาความร้อนและเย็น ความเย็นจากเนื้อถ่ายสู่เนื้อหม้อทั้งบนและล่าง ทำให้เนื้อคลายตัวได้เร็วกว่าการนำไปเวฟทั้งยังไม่เสียรสชาติอีกด้วย
รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าจะละลายเนื้อครั้งต่อไปก็อย่าลืมนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.
ที่มา เดลินิวส์
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2007, 02:10:00 PM » |
|
คุณล้างภาชนะกันถูกต้องหรือยัง?
การล้างภาชนะที่ถูกหลักสุขาภิบาลควรมีขั้นตอน ดังนี้
1. แยกภาชนะออกเป็น 2 ประเภท คือ
ประเภทที่ 1: ภาชนะใส่อาหารคาว ประเภทที่ 2: ภาชนะใส่อาหารหวาน และแก้วน้ำ ควรล้างภาชนะใส่อาหารหวานและ แก้วน้ำก่อน
2 ก่อนล้าง ควรกวาดเศษอาหารทั้งหมดทิ้งลงในถังขยะ
3 ล้างภาชนะด้วยน้ำผสมน้ำยาล้างจาน เพื่อล้างคราบไขมัน เศษอาหาร และ สิ่งสกปรกที่ติด ค้างอยู่ โดยใช้ฟองน้ำ ผ้าสะอาด หรือแผ่นใยสังเคราะห์ ช่วยในการ ทำความสะอาด
4 ล้างด้วยน้ำสะอาดอีก 2 ครั้ง เพื่อล้างน้ำยาล้างจาน และสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ ยังค้างอยู่ออกให้ หมด แล้วคว่ำให้แห้งเอง หรือผึ่งแดดในบริเวณที่ไม่มีฝุ่น แมลง วัน ห้ามใช้ผ้าเช็ด
5 ในกรณีที่เกิดโรคระบาด ให้ใช้น้ำร้อนอุณหภูมิ 82 - 87 องศา เซลเซียส หรือ น้าผสมน้ำ คลอรีนที่มีความเข้มข้น 100 ppm. (ทำได้โดยใช้ผง ปูนคลอรีน 60% 1 ช้อนชา ละลายใน น้ำ 1 แก้ว ทิ้งให้ตกตะกอน แล้วนำเฉพาะ ส่วนน้ำใส ผสมกับน้ำสะอาด 20 ลิตร) แช่ภาชนะ ไว้อย่างน้อย 2 นาที เพื่อฆ่าเชื้อ โรค
ที่มา : กองสุขาภิบาลอาหาร
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2007, 02:24:48 PM » |
|
ขจัดกลิ่นที่ติดค้างภาชนะ
เคยหรือไม่ เวลาที่ล้างภาชนะ แล้วยังมีกลิ่นติดค้างอยู่ วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีขจัดกลิ่นมาฝากกัน...
วิธีทำ คือ ให้ใช้สารส้มป่นละเอียดผสมกับเกลือป่นในปริมาณที่เท่า ๆ กัน ใส่ลงไปในอ่างล้าง แล้วเติมน้ำเดือดให้ท่วมภาชนะที่ต้องการขจัดกลิ่น ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หรือจนกว่าน้ำจะเย็นลง ก็ให้ทำการล้างภาชนะแล้วตามด้วยล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง จากนั้นให้นำไปตากแดดหรือเช็ดให้แห้ง กลิ่นบูดของเศษอาหารที่ติดค้างในภาชนะก็จะหายไป
หรืออีก 1 วิธี คือ ใช้น้ำส้มสายชู ล้างภาชนะก็ใช้ได้เหมือนกัน
ถ้าไม่อยากให้ภาชนะมีกลิ่นก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2007, 02:34:26 PM » |
|
วิธีเก็บใบกะเพราไว้ใช้นาน ๆ
ปกติใบกะเพราจะเก็บได้ไม่นาน แล้วใบก็จะร่วง ดำ เน่า วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีเก็บใบกะเพราไว้ใช้นาน ๆ มาฝากกัน...
วิธีทำ
- ไปกว้านซื้อใบกะเพรามาจากตลาดได้เลย ซัก ๑-๒ กิโลกรัม ก็ได้ - เด็ดใบ ล้างน้ำให้สะอาด ใส่ตะแกรง หรือ กระชอน ให้สะเด็ดน้ำ - เตรียมกระเทียม เกลือ ตามที่เหมาะสม - ตั้งกระทะ พอร้อนจัดใส่น้ำมันลงไป - ใส่ใบกะเพรา กระเทียม เกลือ ลงไปผัดแค่พอผักยุบ อย่าผัดนาน เดี๋ยวเละ - เสร็จแล้วปล่อยไว้ให้เย็น แล้วใส่ถุงซิปล็อค เอาแต่เนื้อ น้ำมัน หรือน้ำที่ออกมาไม่เอา เขี่ยให้บางๆแล้วเอาไปแช่ช่องฟรีซเอาไว้ แค่นี้ก็เรียบร้อย ถึงเวลาจะผัดกะเพรา ก็หักเอาขนาดตามที่ต้องการมาผัดน้ำมัน ใส่พริกขี้หนู พริกไทยลงไปก็ใช้ได้แล้ว
ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้ จะได้มีใบกะเพราที่เก็บไว้ใช้ได้นาน ๆ.
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2007, 01:50:48 AM » |
|
ลดความเค็มของปลาเค็ม
ใครที่ชอบทานปลาเค็ม ฟังทางนี้ ถ้าปลาเค็มที่จะทานนั้นเค็มจนเกินไป วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีลดความเค็มมาฝากกัน...
การลดความเค็มให้กับปลาเค็ม คือ ให้นำปลาเค็มไปแช่ในน้ำเกลือ ทิ้งไว้ประมาณ 5 - 10 นาที หลังจากนั้นก็นำไปล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง โดยล้างแบบผ่าน ๆ เท่านั้น จากนั้นก็ตากไว้ให้แห้งก่อน ที่จะนำไปทอดตามปกติ แค่นี้เราก็จะได้ทานปลาที่ไม่เค็มจนเกินไป
ถ้าอยากทานปลาเค็มอร่อย ๆ ก็อย่าลืมนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.
ที่มา เดลินิวส์
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2007, 02:00:00 AM » |
|
ลวกผักให้น่าทาน..
ผักลวกมักนิยมทานกับอาหารที่มีลักษณะเลี่ยน มัน หรือรสจัด เช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกปลาทู เป็นต้น
วันนี้เกร็ดความรู้มีเคล็ดลับการลวกผักให้เขียวสดน่า ทานมาฝาก
นอกจากผักลวกจะช่วยลดความเลี่ยนของอาหารแล้วยังช่วยสร้างความอร่อยอย่างมีคุณค่าและทำให้อาหารดูน่ารับประ ทานมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
เคล็ดลับ คือ ตั้งน้ำให้เดือด ใส่น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำ 10 ถ้วย พอน้ำเดือด นำผักลงไปลวก พอสุกแล้วตักขึ้นมา แล้วนำไปใส่ลงในอ่างน้ำเย็นจัดๆ โดยสามารถเติมน้ำแข็งเพื่อให้น้ำเย็นจัด พอผักคลายความร้อน ให้นำผักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ เท่านี้ ผักลวกก็จะมีสีเขียวสดและดูน่ารับประทาน ( การแช่ ผักในน้ำเย็นจัดๆ เป็นการเปลี่ยนสภาพจากร้อนมาเป็นเย็นอย่างรวดเร็วจะท ำให้ได้ผักลวกที่มีสีสันน่าทาน )
จะทานผักลวกครั้งต่อไป ก็อย่าลืมนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติกันดู
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2007, 02:04:04 AM » |
|
แป้งฝุ่นกันมดได้
วิธีป้องกันมด คือ
ให้หาภาชนะมาวาง (เพื่อกันแป้งร่วง สกปรกพื้น) นำแป้งฝุ่นที่ใช้ทาหน้า ทาตัว มาโรยในภาชนะให้ทั่ว แล้วนำภาชนะอีกใบมาวางใส่ในภาชนะที่มีแป้ง แต่ให้มีพื้นที่เหลือที่ก้นภาชนะมากพอไม่ให้มดไต่ขึ้นได้ แค่นี้ก็สามารถป้องกัน มด ขึ้นไต่สิ่งของได้แล้ว และข้อดีของแป้งฝุ่นอีกอย่าง คือ เทแป้งฝุ่นใส่ใบไม้ที่มีเพรี้ย ก็จะสามารถไล่เพรี้ยออกไปได้ด้วย
ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.
ที่มา เดลินิวส์
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2007, 02:06:13 AM » |
|
เคล็ดลับคู่ครัว ก่อนใช้กระทะใบใหม่
กระทะที่ซื้อมาใหม่
ไม่ว่าจะราคาแพงเท่าใด มักจะประสบกับปัญหาอาหารติดกระทะ ก่อนที่คุณแม่บ้าน จะนำกระทะใบใหม่ออกมาใช้ทำกับข้าว ไม่ว่าจะเป็นกับข้าวชนิดใด ขอให้หุงข้าวชนิดเช็ดน้ำสัก 1 หม้อ แล้วนำเอาน้ำข้าวที่ได้ เทลงในกระทะใบใหม่ สักประมาณท่วมฝ่ามือ นำขึ้นตั้งไฟขนาดกลางๆ เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนกว่าน้ำข้าวจะแห้งสนิท เหลือเป็นเพียงเกล็ดๆ คล้ายเกล็ดน้ำแข็งอยู่ติดก้นกระทะ นำลงแล้วทิ้งเอาไว้ให้เย็น แล้วนำกระทะ ไปล้างออกด้วยน้ำเย็นอีกครั้งให้สะอาด คราวนี้นำไปประกอบอาหารต่อไป กับข้าวจะไม่ติดกระทะอีกเลย ใครที่มีปัญหากับกระทะใบใหม่แบบนี้ ลองทำดูนะคะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2007, 02:09:40 AM » |
|
ขจัดกลิ่นคาวติดมีด
มีดที่ใช้กันอยู่เป็นประจำนั้น ต้องเคยพบกับปัญหากลิ่นคาวติดมีด วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีขจัดกลิ่นคาวมาฝากกัน...
การที่ใช้มีดร่วมกันในงานหลาย ๆ อย่าง เช่น หั่นเนื้อ หั่นผัก หรือผลไม้ จึงทำให้มีกลิ่นคาวติดอยู่กับมีด และอาจจะทำให้ผักหรือผลไม้นั้นคาวตามไปด้วย
ดังนั้น เมื่อใช้มีด หั่นของคาว หั่นเนื้อ หรือของที่มีกลิ่น ก็ควรจะทำความสะอาดทันที หลังจากใช้งานเสร็จ แล้วก็ใช้น้ำมะนาวล้างมีดอีกครั้ง หรือนำเปลือกมะนาวที่คั้นน้ำแล้วนำมาถูที่มีด ก่อนที่จะใช้มีดนั้นหั่นผัก ผลไม้ เพราะน้ำมะนาวมีคุณสมบัติทำให้มีดหายเหม็นคาวได้ เพียงเท่านี้ ก็จะมีมีดที่ไว้ใช้งาน โดยไม่เหม็นคาวอีกต่อไปแล้ว.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #10 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2007, 02:12:14 AM » |
|
วิธีกำจัดกลิ่นถุงเท้า
ใครที่ต้องสวมใส่ถุงเท้าเป็นประจำ คงต้องพบกับปัญหากลิ่นตุ ตุ จากถุงเท้า วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีกำจัดมีฝากกัน....
ถุงเท้าถ้าไม่ได้ซัก หรือซักไม่สะอาด จะเป็นที่หมักหมมของเชื้อแบคทีเรีย และยังส่งกลิ่นเหม็นอีกด้วย วิธีกำจัดกลิ่น มีดังนี้
- ซักถุงเท้าให้สะอาด ด้วยวิธีการธรรมดาตามปกติ
- หลังจากนั้นแช่ถุงเท้าในน้ำส้มสายชู ทิ้งไว้สักครู่
- แล้วซักด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
เพียงเท่านี้ก็จะมีถุงเท้าที่สะอาดและไร้กลิ่นอีกต่อไป.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2007, 02:17:13 AM » |
|
การดูแลเครื่องดูดฝุ่น
เครื่องดูดฝุ่นเมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็ย่อมเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน วันนี้เกร็ดความรู้ก็เลยมีวิธีการดูแลเครื่องดูดฝุ่นมาฝากกัน...
วิธีดูแลรักษาเครื่องดูดฝุ่น
เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี เช่น การทำความสะอาดถุงกรอง หรือถุงเก็บฝุ่น ที่สามารถซักล้างได้ เพื่อป้องกันการอุดตัน ยืดอายุการทำงานมอเตอร์ ไม่เกิดความร้อนจากการทำงาน และฟิวส์เตอร์ภายในอีก 2 ชั้น (ถ้ามี)
อีกวิธี คือ
การใช้งานแต่ละรูปแบบของการใช้ เช่น การปรับกำลังดูดให้เหมาะสมกับงานประเภทนั้น ๆ ดูแลรักษาอุปกรณ์การใช้งาน ประเภทสายดูดและท่อให้อยู่ในสภาพปกติ คือไม่ลีบแบน เพราะจะทำให้การดูดฝุ่นไม่สะดวก
แล้วอย่าลืมหันมาดูแลรักษาเครื่องดูดฝุ่นกัน เพราะจะได้ใช้งานไปนาน ๆ.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2007, 02:19:51 AM » |
|
วิธีการซักรีดผ้าไหม
วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีการซักรีดผ้าไหมมาฝากกัน.....
การซักผ้าไหม : ควรซักด้วยน้ำยาซักแห้งชนิดอ่อน ถ้าเป็นน้ำยาซักแห้งที่ทำมาสำหรับผ้าไหมโดยเฉพาะก็จะดีมาก ไม่แนะนำให้ซักผ้าไหมด้วยเครื่องซักผ้า เพราะจะทำให้ผ้าไหมยับมากและ รีดยาก ควรซักผ้าไหม ด้วยมือด้วยความนุ่มนวล ไม่ควรขยี้หรือบิดผ้าแรง ๆ เพราะจะทำให้ผ้าเสียทรง นำผ้าไหมลงน้ำแล้วไม่ควรแช่ไว้นาน โดยเฉพาะผ้าสีสด เช่น สีม่วง สีชมพูสดสีบานเย็น เป็นต้น
การตากผ้าไหม : หลังจากซักเสร็จแล้วควรสลัดผ้าไหมให้คลายตัวและไม่ย่นก่อนนำไปตาก จะได้ทำให้ง่ายต่อการรีดมากยิ่งขึ้น การตากผ้าไหมควรตากในที่ร่ม หรือแดดอ่อน ๆ เพื่อป้องกันสีซีดเนื่องจากถูกแดดจัด
การรีดผ้าไหม : หลังจากผสมน้ำยารีดผ้าตามสัดส่วนที่กำหนด (แนะนำให้ใช้น้ำยารีดผ้าไหมโดยเฉพาะ) ให้ฉีดพรมน้ำยาให้ทั่วทั้งตัว สำหรับผ้าไหมทั่วไปให้ใช้ความร้อนตามที่เตารีดแต่ละยี่ห้อกำหนด แต่สำหรับผ้าไหมพิมพ์ให้ลดความร้อนลงจากปกติประมาณ 1-2 ระดับ
สำหรับผ้าไหมที่ยับมาก : ให้พรมน้ำหรือฉีดน้ำยาหมาด ๆ แล้วพับให้เรียบร้อยใส่ถุงพลาสติก นำเข้าช่องแช่แข็ง ในตู้เย็นประมาณ 10 นาที แล้วจึงนำออกมารีดจะทำให้รีดได้เรียบและง่ายกว่าเดิม เนื่องจากใยผ้ามีความชื้นอยู่ภายในอย่างสม่ำเสมอ
ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2007, 07:19:03 PM » |
|
[b]วิธีปอกเปลือกมะขามสด [/b]
ใครที่ชอบทานมะขามสดบ้าง และมักพบกับปัญหาการปอกเปลือกยาก วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีการปอกเปลือกมะขามสดมาบอกกัน...
วิธีปอกเปลือกมะขามสดให้หลุดออกอย่างง่ายดายมีวิธีดังนี้
ให้นำมะขามสดที่ต้องการปอกเปลือกมาล้างน้ำให้สะอาด เสร็จแล้วก็เทน้ำทิ้ง แล้วให้เอาน้ำที่ต้มจนเดือดมาราดลงบนมะขาม เขย่าให้มะขามทุกฝักถูกน้ำร้อนทั่ว ๆ กันประมาณ 2-3 นาที (อย่าให้นานกว่านี้เพราะเนื้อมะขามจะเละนิ่ม) แล้วให้เทน้ำทิ้ง จากนั้นให้นำน้ำเย็นธรรมดา ๆ มาเทลงในมะขามให้ทั่ว แล้วก็ให้เทน้ำทิ้ง หลังจากนั้นให้ใช้ปลายมีดเลาะเปลือกมะขามออก เพียงเท่านี้เปลือกมะขามก็จะหลุดออกมาอย่างง่ายดาย
ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้.
ที่มา เดลินิวส์
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #14 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2007, 07:22:52 PM » |
|
วิธีทำให้กับข้าวไม่ติดกระทะใบใหม่
ใครเคยเจอปัญหาอาหารติดกระทะบ้าง แล้วต้องซื้อกระทะใบใหม่ วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีไม่ให้ข้าวติดกระทะใบใหม่มาฝากกัน...
กระทะที่ซื้อมาใหม่ ไม่ว่าจะราคาแพงเท่าไหร่ ก็มักจะเจอกับปัญหาอาหารติดกระทะ ก่อนที่จะนำกระทะใบใหม่ออกมาใช้ทำกับข้าว ให้ลองนำข้าวชนิดใดก็ได้ ไปหุงข้าวชนิดเช็ดน้ำสัก 1 หม้อ แล้วนำเอาน้ำข้าวที่ได้ เทลงในกระทะใบใหม่ สักประมาณท่วมฝ่ามือ แล้วนำขึ้นตั้งไฟขนาดกลาง ๆ เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนกว่าน้ำข้าวจะแห้งสนิท เหลือเป็นเพียงเกล็ด ๆ คล้ายเกล็ดน้ำแข็งอยู่ติดก้นกระทะ นำลงแล้วทิ้งเอาไว้ให้เย็น แล้วนำกระทะไปล้างออกด้วยน้ำเย็นอีกครั้งให้สะอาด เสร็จแล้วก็นำไปประกอบอาหารต่อไป กับข้าวจะไม่ติดกระทะอีกเลย
ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติกันดูได้.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
|