LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #15 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2007, 07:26:36 PM » |
|
การดูแล "ถังเก็บน้ำ"
โดยส่วนมากทุกบ้านก็จะมีถังเก็บน้ำ แล้วถ้าใช้ไปนาน ๆ โดยไม่ทำความสะอาด ถังเก็บน้ำก็จะสกปรกและเกิดตระไคร่น้ำ ลูกน้ำได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีการดูแลถังเก็บน้ำมาฝากกัน....
การดูแลถังเก็บน้ำทำได้ไม่ยาก อย่างแรก ควรล้างทำความสะอาดอย่างน้อยทุก ๆ 6 เดือน
- ทำความสะอาดด้วยการใช้น้ำให้หมดหรือปล่อยน้ำที่เหลือออกและลงทำความสะอาดเช็ดล้างคราบตะกอนในถังด้วยตัวเอง ฉีดน้ำล้างคราบน้ำยาให้หมด ทิ้งไว้ให้แห้งและปั๊มน้ำเข้าใช้งานตามปกติ
- หากเป็นถังน้ำใช้ ให้ใส่น้ำให้เต็มถังพักน้ำ แล้วจึงใส่คลอรีนน้ำหรือคลอรีนผงตามสัดส่วนที่ระบุไว้ข้างซอง หลังจากนั้นกวนน้ำและคลอรีนให้เข้ากันเพื่อให้คลอรีนทำปฏิกิริยากับน้ำอย่างทั่วถึง แช่ไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วจึงปล่อยน้ำคลอรีนออกจากถังพักน้ำให้หมด คลอรีนจะฆ่าเชื้อโรคภายในถัง จากนั้นจึงปั๊มน้ำประปาลงไป วิธีนี้ค่อนข้าง เปลืองน้ำ แต่สามารถนำน้ำจากการล้างมาใช้รดต้นไม้หรือล้างรถก็ได้
ครั้งหน้าจะทำความสะอาดถังเก็บน้ำ ก็อย่าลืม นำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #16 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2007, 07:58:34 PM » |
|
วิธีดูแลรักษาพื้นครัวให้สะอาด
วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีการดูแลรักษาพื้นครัวแต่ละแบบมาฝากกัน...
1. ลามิเนต เป็นวัสดุที่เป็นพลาสติก มีทั้งแบบลามิเนตติดกาว และ แผ่น MDF Board ซึ่งเป็นผิวสำเร็จรูป หนาประมาณ 20 - 40 มิลลิเมตร ราคาถูก ทำความสะอาดง่าย
การดูแลรักษา ไม่ควรสับหรือทำอาหารบนพื้น เพราะจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย อย่านำภาชนะร้อน ๆ วางโดยตรง
การทำความสะอาด ใช้ผ้าชุบน้ำผสมเบกกิ้งโซดาพอหมาด ๆ เช็ด และอย่าให้มีน้ำเปรอะผิวเป็นเวลานาน เพราะกาวที่ติดอยู่สามารถหลุดได้
2.สเตนเลส ราคาสูง แต่มีความแข็งแรง ทนกรด ด่าง และความร้อนได้ดี เหมาะกับครัวที่ใช้งานหนัก และครัวที่มีความเปียกชื้นสูง
การดูแลรักษา ควรใช้ผิวพื้นแบบด้าน เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษาและไม่เกิดรอยคราบน้ำมันได้ง่าย ความหนาของสแตนเลส ไม่ควรต่ำกว่า 1.5 มิลลิเมตร
การทำความสะอาด - ถ้าเป็นคราบสกปรกธรรมดา แค่ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด - ถ้าเป็นคราบสกปรกที่เช็ดไม่ออกให้ใช้ยาสีฟันหรือแอลกอฮอล์ทาทับก่อน แล้วเช็ดด้วยผ้า - ถ้าต้องการให้เงางามอยู่เสมอ ให้ใช้น้ำยารักษาสเตนเลส เช็ดถูประมาณ 2 สัปดาห์ / ครั้ง
3.กระเบื้องเซรามิก และกระเบื้องโมเสก เป็นวัสดุที่มีรูปลักษณ์ดี มีสีสัน ผิวสัมผัส และมีลวดลายมากมาย มีความแข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับครัวที่ใช้งานหนัก และมีโครงสร้างแบบอิฐ เพื่อให้รองรับน้ำหนักได้ดี ถ้าแผ่นไหนแตกก็สามารถซ่อมเฉพาะแผ่นนั้นได้
การดูแลรักษา ควรดูแลระหว่างรอยต่อเป็นพิเศษ
การทำความสะอาด ใช้แปรงขนอ่อน ชุบน้ำสบู่ หรือผงซักฟอกขัด ถ้ามีเชื้อรา ควรทำความสะอาดด้วยน้ำยา ฆ่าเชื้อโรคแล้วล้างออกด้วยน้ำ
4.ไม้จริง สำหรับผู้ที่นิยมงานแบบธรรมชาติ โดยความหนาของไม้ที่เหมาะสมคือ 0.5-1 นิ้ว โดยวางโครงสร้างไม้เนื้อแข็ง ด้านบนเคลือบด้วย น้ำยารักษาเนื้อไม้ เพื่อรักษาสภาพผิว และป้องกันน้ำ
การดูแลรักษา ถ้ามีของเหลวหกให้รีบเช็ด เพื่อเป็นการป้องกันความชื้นไม่ให้ซึมเข้าเนื้อไม้ ตอนที่ติดตั้ง ควรเผื่อช่องว่างสำหรับการยืดหดตัวของไม้ด้วย ไม่ควรหั่น หรือ สับ อาหาร บนไม้
การทำความสะอาด ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาด และเช็ดด้วยผ้าแห้ง ถ้ามีรอยเปื้อน ควรทาน้ำมะนาว ทิ้งไว้ 1 คืน แล้วล้างออกให้สะอาด และเช็ดด้วยผ้าแห้ง
ถ้าอยากมีพื้นครัวที่สะอาด ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
:+: Bowt@Ro :+:
สโมสรไร้คอนเซปต์
ขั้น 4 : แฟนคลับบอร์ด
  
ความนิยม 265
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 594
MiZz U
|
 |
« ตอบ #17 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2007, 08:13:52 PM » |
|
ดีค่ะพี่ป้อม โพสต์อีกเยอะๆ เอาไว้ไปบอกคุณแม่ได้ค่ะ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #18 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2007, 08:27:10 PM » |
|
การทำความสะอาดแว่นตานั้น
นอกจากจะทำให้กระจกแว่นตาดูใสน่าสวมใส่ มองเห็นอะไรชัดเจนไม่มีฝุ่นเกาะแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างบุคลิกที่ดีแก่ผู้สวมใส่ด้วย การทำความสะอาดแว่นตานั้นสามารถทำได้หลายวิธี
วิธีแรก
ให้ใช้แป้งฝุ่นโรยไปที่เลนส์ของแว่นตา จากนั้นใช้ผ้านุ่มเช็ด ส่วนการทำความสะอาดกรอบแว่นนั้นให้ใช้น้ำอุ่น 1 ขัน ผสมกับเมทิลแอลกอฮอล์ 1 ช้อนโต๊ะให้เจือจาง นำสำลีมาพันปลายไม้จิ้มฟัน จากนั้นชุบน้ำอุ่นที่ผสมไว้แล้วนำไปเช็ดทุกซอกทุกมุมของแว่นตาให้ทั่ว
หากแว่นตาขุ่นมัวขณะกำลังทำอาหาร โดยมีสาเหุตมาจากควันอาหาร ควันไฟหรือควันไอน้ำ ให้ล้างแว่นตาด้วยน้ำผสมสบู่หรือน้ำยาล้างจานแล้วจึงล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง จากนั้นใช้ผ้าซามัวร์หรือผ้าสักหลาดเช็ดให้แห้ง ส่วนแว่นตาที่มีไอน้ำจับขณะที่อากาศหนาวหรือเย็นจัดนั้นให้ใช้น้ำสบู่ล้างสัปดาห์ละครั้ง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #19 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2007, 08:33:08 PM » |
|
ล้างมู่ลี่ ให้สะอาด
บ้านใครที่มู่ลี่กำลังสกปรกบ้าง วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีล้างมู่ลี่มาฝากกัน...
1. เลือกบริเวณลานบ้านที่พื้นผิวเรียบและมีความลาดเอียงเล็กน้อย (เพื่อเป็นทางน้ำไหล) และนำผ้านวมหรือผ้าห่มผืนเก่าที่ไม่ใช้แล้วเตรียมเอาไว้
2.ปิดบานพับมู่ลี่ให้ลู่ลง ตรวจดูให้แน่ใจว่าบานพับทุกซีกปิดหมดเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงถอดมู่ลี่ออกแล้ววางลงบนผ้านวมหรือผ้าห่มที่เตรียมไว้
3. ผสมน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ หรือไม่ก็น้ำยาสูตรแอมโมเนียจากนั้นใช้น้ำยาที่ผสมนี้ชโลมมู่ลี่ให้ชุ่มและใช้แปรงนุ่ม ๆ ขัดโดยขัดไปในแนวเดียวกับบานมู่ลี่
ข้อสำคัญ คือ
เชือกดึงมู่ลี่จะต้องไม่โดนทับ เมื่อทำความสะอาดบานพับด้านหนึ่งเสร็จแล้วก็ปิดบานพับลู่ลงหรือลู่ขี้นไปอีกด้านหนึ่งล้างและขัดให้สะอาด
4. ขึงมู่ลี่กับราวตากผ้าหรือขึงกับบันไดต่อขาก็ได้หรืออาจจะให้ใครอีกคนยืนถือเอาไว้แล้วก็ใช้สายยางพ่นฉีดน้ำ
5. จากนั้นก็เขย่า ๆ และทิ้งไว้ให้แห้งแล้วจึงนำกลับไปแขวนไว้ที่เดิมแต่ถ้ามู่ลี่เป็นสีเข้มก็ควรซับหรือเช็ดมู่ลี่ให้แห้งเสียก่อนเพื่อป้องกันคราบหยดน้ำ
ถ้าคิดจะล้างมู่ลี่คราวหน้า ก็อย่าลืมนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #20 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2007, 08:50:22 PM » |
|
วิธีป้องกันปลวก
ใครกำลังที่มีปัญหาเกี่ยวกับ ปลวก
มาสร้างความเสียหายให้กับบ้าน วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีป้องกันมาฝากกัน...
ปลวก เป็นสัตว์เล็ก ๆ ที่ทำความเสียหายให้บ้านอย่างมาก อาหารของปลวกคือ ไม้ ดังนั้นบ้านที่โครงหลังคาเป็นไม้ ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ
ปลวกแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ
1. ปลวกไม้แห้ง เป็นปลวกที่เข้าสู่ตัวบ้านโดยบินเข้ามา หรือที่เรียกว่า แมลงเม่า 2. ปลวกใต้ดิน เป็นปลวกที่ทำให้บ้านเสียหายมากที่สุด จะเข้ามาโดยทำเป็ท่อลำเลียงมาจากใต้พื้นดิน
วิธีป้องกัน คือ
1. ใช้น้ำยาทาไม้เพื่อป้องกันปลวกไม้แห้ง 2. ใช้น้ำยาราดลงไปในดิน เพื่อป้องกันปลวกใต้ดิน
กรณีที่ปลวกกัดกินพื้นไม้ปาร์เก้จนแตกออกมา วิธีแก้ปัญหาคือต้องรื้อพื้นปาร์เกต์ เฉพาะบริเวณที่ปูดและแตกออกอย่างระมัดระวัง พร้อมทำความสะอาดและกำจัดปลวกพื้นเดิม (จุดที่รื้อ) และแผ่นปาร์เกต์ที่ลอกออกมาให้เรียบร้อย
หลังจากนั้นก็ปูด้วยปาร์เกต์ของเดิม (หากยังใช้ของเดิมได้) หรือหากต้องใช้ของใหม่ก็ควรปรับความหนาและแต่งผิวให้เรียบเท่าของเดิมก่อนจึงจะปูทั้งนี้ ให้ใช้กาวสำหรับปูพื้นเป็นตัวประสาน เมื่อยึดติดแน่นดีแล้วก็มาตกแต่งด้วยวัสดุทาผิวพื้นต่อไป
วิธีการป้องกันปลวก
ต้องเริ่มตั้งแต่ก่อสร้างบ้าน บริษัทรับเหมาก่อสร้างจะเป็นผู้ดำเนินการให้ แต่สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยมานาน นอกจากการตรวจสอบสภาพบ้านอย่างสม่ำเสมอแล้ว ควรรักษาความสะอาดรอบ ๆ บ้าน เช่น กองเศษไม้ รากไม้ และสิ่งปฏิกูลอื่น ๆ ตลอดจนวัสดุสิ่งของที่นำเข้ามาในบ้าน เพราะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปลวกได้
รู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าลืมหันมาดูแลบ้านให้ปลอดจากปลวกกัน.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #21 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2007, 08:57:08 PM » |
|
ถนอมและดูแลภาชนะในบ้าน
1. การล้างตู้เย็น
ถ้าจะล้างให้สะอาดให้ใช้โซดาคาร์บอเนต (โซดาทำขนม หรือ เบ็กกิ้งโซดา) 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงในน้ำประมาณ 1 ลิตร หรือ 4 ถ้วย แล้วล้างออก กลิ่นเหม็นจะหมดไป
2. การล้างจานหรืออ่างที่เป็นสแตนเลนส
ให้ใช้แอลกอฮอล์หรือยาสีฟันทาแล้วจึงขัดออก ทำความสะอาดด้วยน้ำอีกครั้ง เช็ดด้วยผ้านุ่น ๆ ให้แห้งทุกอย่างก็จะเงางามสดใสเหมือนใหม่
3. การล้างขวดแก้ว
ขวดแก้วที่หมองขุ่น ให้ใส่ทรายลงไปเล็กน้อยเติมน้ำอย่าให้เต็ม เขย่าแรง ๆ แล้วจึงเทออก ล้างด้วยน้ำผสมผงซักฟอก แล้วจึงล้างให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า ขวดจะใส 4. การล้างภาชนะที่เปื้อนแป้ง ไข่ หรือนม
จาน ชาม ให้ล้างด้วยน้ำเย็นธรรมดาจะล้างออกง่ายกว่าน้ำอุ่น เพราะน้ำอุ่นจะทำให้แป้ง ไข่ หรือนมติดแน่นยิ่งขึ้น เนื่องจากความร้อนทำให้แป้ง ไข่ หรือนมที่ติดอยู่กับภาชนะสุกทางที่ดีควรใช้ฟองน้ำชุบน้ำเช็ดออกก่อนแล้วล้างด้วยสบู่หรือ น้ำยาล้างจาน จากนั้นจึงล้างด้วยน้ำสะอาด
5. การล้างถาดเงิน
เมื่อใช้แล้วต้องล้างให้สะอาดทันทีแล้วเช็ดให้แห้งก่อนนำไปเก็บ การเก็บรักษาเพื่อไม่ให้ถาดเงินเป็นรอยด่างดำ ให้วางสารส้มไว้ในถาดสัก 1 ก้อน จะทำให้ถาดนั้นสะอาด อยู่เสมอ
ลองนำวิธีที่แนะนำ ไปดูแลรักษาภาชนะและเครื่องใช้กัน เพื่อสุขลักษณะที่ดี.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #22 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2007, 09:05:17 PM » |
|
เคล็ดลับเช็ดกระจกให้สะอาด
เคล็ แอมโมเนียหรือเรียกอีกอย่างว่า "เยี่ยวอูฐ" หยดลง 2-3 หยด ผสมกับในน้ำครึ่งถัง ใช้ล้างกระจกเงาและกระจกหน้าต่าง จะเป็นเงางามไม่สกปรกง่าย
นำเกลือผสมกับน้ำ คนให้ละลาย ใช้ล้างสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนจากกระจกได้ง่าย
โซดาที่ใช้ทำขนม (โซดาไบคาร์บอเนต) สามารถนำมาทำความสะอาดกระจกได้ จะช่วยให้กระจกดูใสมากขึ้น
แอลกอฮอล์ผสมกับน้ำอย่างละเท่า ๆ กัน ราดบนแผ่นหนังสือพิมพ์ ใช้ขัดกระจกเป็นเงางาม
นำกระดาษหนังสือพิมพ์ขยุ่มชุบน้ำเช็ดกระจก จะใสสะอาดกว่าใช้สบู่หรือผงซักฟอก และใช้แทนน้ำยาเช็ดกระจกได้ และเวลาทำความสะอาดหน้าต่างให้เช็ดสลับกัน ด้านหนึ่งใช้เช็ดตามขวางของแผ่นกระจก อีกด้านหนึ่งเช็ดตามยาวจะเห็นรอยสกปรกได้ชัดกว่าเช็ดไปตามทางเดียวกัน
กลีเซอรีน ใช้ถูกระจกให้ทั่ว ป้องกันกระจกเปียกชื้น หรือน้ำค้างเกาะกระจกเป็นฝ้า
สารส้มผสมเบียร์ ใช้ทากระจกที่มัวเป็นฝ้าแล้วใช้ผ้าขัด กระจกจะใสแวววาว
ดีเกลือผสมเบียร์ ใช้เช็ดกระจกกันฝ้าขุ่นมัว
แอมโมเนียกับน้ำส้มสายชูผสมกัน ใช้เช็ดกระจกให้ใสสะอาด หมดคราบมัน
วิธีเช็ดยางขอบเทปที่ติดกระจกให้ออก ให้ใช้น้ำมันเบนซินหรือทินเนอร์ชุบสำลีเช็ดกระจก
ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้ เพราะได้มีกระจกที่สะอาดปราศจากสิ่งสกปรก.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #23 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2007, 09:33:49 PM » |
|
วิธีล้างกระเพาะปลา ไม่ให้มีกลิ่นน้ำมัน
ล้างกระเพาะปลาไม่ให้มีกลิ่นน้ำมัน
คิดจะทำอาหารเมนูเกี่ยวกับกระเพาะปลาทั้งที ก็ต้องมาเจอกับปัญหากลิ่นคาวน้ำมันของกระเพาะปลาที่ติดแน่นและล้างยาก วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีแก้มาฝาก...
การล้างกระเพาะปลาให้หมดกลิ่นน้ำมัน คือ
เริ่มแรกให้แช่กระเพาะปลาให้นิ่มและล้างน้ำทิ้งสักหนึ่งรอบก่อน บีบกระเพาะปลาให้สะเด็ดน้ำ
จากนั้นต้มน้ำร้อน แล้วนำกระเพาะปลาใส่ลงไป ตามด้วยขิงแก่หั่นเป็นแผ่น ๆ ทุบพอแตก (ให้ใส่เยอะ ๆ) ต้มไปสักพัก พอกระเพาะปลาพองตัวใช้ได้
ค่อยยกลงเทใส่ตะกร้าหรือกระชอนเพื่อเป็นการถ่ายน้ำร้อนออก แล้วล้างตามด้วยน้ำเย็นอีกสัก 2 ครั้ง แล้วบีบกระเพาะปลาให้สะเด็ดน้ำ
เพียงเท่านี้ก็จะได้กระเพาะปลาที่ปราศจากกลิ่นคาวน้ำมันแล้ว.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #24 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2007, 12:12:38 PM » |
|
ดับกลิ่นคาวลูกชิ้นปลา
ใครที่ประสบปัญหาเวลาที่ซื้อลูกชิ้นปลามาทำอาหาร แล้วลูกชิ้นปลามีกลิ่นเหม็นคาวมากเกินไป วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีแก้มาบอกกัน...
วิธีดับกลิ่นคาว คือ ให้นำลูกชิ้นปลาไปผสมน้ำกับน้ำส้มสายชูในปริมาณที่พอเหมาะ แล้วนำลูกชิ้นปลาลงแช่ไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง จะช่วยขจัดกลิ่นคาวได้
เพียงเท่านี้ก็นำลูกชิ้นปลาไปประกอบอาหารได้ โดยไม่มีกลิ่นคาวรบกวนอีกต่อไป.
ที่มา เดลินิวส์
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #25 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2007, 01:47:37 PM » |
|
ขจัดคราบรอยเปื้อนปากกา
ใครที่เคยทำหมึกปากกาเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า แล้วซักไม่ออก วันนี้เกร็ดความรู้ขอแนะนำวิธีการขจัดคราบรอยเปื้อนปากกามาบอกกัน...
วิธี คือ
ให้เอาน้ำมันมะกอกราดตรงรอยเปื้อนให้เปียกชุ่ม และทิ้งไว้ประมาณ 6-7 ชั่วโมง แล้วจึงซักออกด้วยน้ำสบู่ แต่ถ้าเป็นรอยหมึกจากปากกาลูกลื่น ให้ใช้น้ำมันไฟแชคราดตรงรอยเปื้อน แล้วโรยผงซักฟอกให้หนา ๆ แล้วค่อย ๆ ขยี้รอยเปื้อนนั้น น้ำหมึกก็จะจางลง ทำแบบนี้สัก 2-3 ครั้ง แล้วค่อยนำไปซักตามปกติ
เพียงเท่านี้ คราบรอยเปื้อนก็จะจางลงอย่างไม่น่าเชื่อ และทำให้เสื้อผ้ากลับมาสะอาดดังเดิม.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #26 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2007, 01:52:03 PM » |
|
ต้มน้ำซุปให้อร่อย
การที่จะทำอาหารประเภทน้ำให้อร่อยนั้น ต้องมีเคล็ดลับสำคัญอยู่ที่ความหอมหวานของน้ำซุป วันนี้เกร็ดรู้มีวิธีต้มน้ำซุปให้อร่อยมาฝากกัน... วิธีต้มน้ำซุปให้อร่อย คือ
ต้องเริ่มจากความสดของกระดูกซี่โครงไก่
โดยใช้สัดส่วนอยู่ที่ประมาณซี่โครงไก่ 1 กิโลกรัม ต่อน้ำประมาณ 7 - 8 ถ้วย ตวง
ให้สับซี่โครงเป็นชิ้นใหญ่ ๆ แล้วล้างเศษเลือดและสิ่งสกปรกออกก่อน
ต้มน้ำให้เดือด ใส่ซี่โครงลงไป
รอจนน้ำเริ่มเดือดอีกครั้ง แล้วให้หรี่ไฟอ่อน ๆ
แล้วคอยช้อนฟองออก
ถ้าน้ำเริ่มแห้งให้เติมน้ำลงไปบ้าง เคี่ยวประมาณ 40-50 นาที
ถ้าใครอยากทานน้ำซุปให้อร่อย ก็ลองนำวิธีนี้ไปปฏิบัติตามดูได้. นำมาจาก เดลินิวส์
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #27 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2007, 02:05:14 PM » |
|
วิธีเก็บรักษากระเป๋า
ควรเก็บกระเป๋าไว้ในถุงผ้า สำหรับเก็บกระเป๋าโดยเฉพาะ เพราะถุงแบบนั้นจะมีข้อดี คือ ลมสามารถผ่านได้พอประมาณกันฝุ่นได้
อย่าเก็บกระเป๋าไว้ในถุงพลาสติก โดยเฉพาะกระเป๋าหนัง เพราะอากาศร้อนจะทำให้กระเป๋าหนังกรอบ
สิ่งที่ควรระวัง คือ
ถ้าวางกระเป๋าไว้ในตู้เสื้อผ้า โดยไม่ใส่ถุง อากาศที่อับและร้อน สามารถหลอมละลาย สีเคลือบตู้ให้มาติดบนหนังกระเป๋าได้ โดยเฉพาะหนังแก้ว โปรดเก็บใส่ถุงผ้าก่อน
ควรนำกระเป๋ามารับออกซิเจนบ้าง นำกระเป๋าออกมาจากถุงผ้า ให้อากาศสัมผัสหนังบ้าง โดยตั้งไว้ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก สิ่งสำคัญ คือ ให้วางในร่มไม่ต้องตากแดด
ซื้อมาใหม่ ๆ ใช้สเปรย์หรือครีมรักษาหนัง ป้ายทารักษาไว้ก่อนใช้งาน จะช่วยให้กระเป๋าหนัง มีคุณภาพดีทนทานต่อริ้วรอยยิ่งขึ้น
การรักษารูปทรงเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ คือ การยัดไส้กระเป๋าด้วยกระดาษ จะช่วยรักษารูปทรงได้ เพราะไม่ว่าเก็บไว้ในลักษณะนอนหรือตั้ง ก็ทำได้สบาย ไม่เป็นปัญหาต่อรูปทรง หันมาดูแลรักษากระเป๋าที่ใช้อยู่เป็นประจำกันดีกว่า.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #28 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2007, 12:37:01 PM » |
|
ประโยชน์ของใบมะกรูด
ใบมะกรูด เป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาปรุงอาหาร วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน...
ประโยชน์ของใบมะกรูดมีหลายอย่าง เช่น ขับลม ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี แต่บางคนคิดว่าเอามาทานได้อย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่บางคนก็เอามาทำเป็นสมุนไพรแบบ สปา ซึ่งถ้ารู้สึกเครียด ๆ ก็เอาใบมะกรูดมาฉีก ๆ แล้วดมก็ทำให้ผ่อนคลายได้เหมือนกัน เพราะในใบมะกรูดจะมีสารบางตัวทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ดี
คนที่อยู่ต่างแดน ช่วงนี้อากาศเย็นมาก ๆ ออกไปข้างนอกกลับมาเย็นมือเย็นเท้า แถมเกร็ง ๆ ไปทั้งตัวก็ใช้ ใบมะกรูด ได้เหมือนกัน
วิธีทำ คือ นำน้ำอุ่นใส่ภาชนะ ฉีกใบมะกรูดลงในน้ำอุ่นแช่เท้าหรือมือไว้สักพัก กลิ่นใบมะกรูดทำให้รู้สึกผ่อนคลาย บวกกับน้ำอุ่น ก็จะทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้นสบายตัวดีด้วย
รู้อย่างนี้แล้ว หันมาทานใบมะกรูดกันดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดี.
ที่มา เดลินิวส์
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
LoNeLy_Girl
ไร้คอนเซปต์
  
ความนิยม 3106
ออฟไลน์
เพศ: 
พลังสะสม: 3484
ฤดูอกหัก
|
 |
« ตอบ #29 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2007, 08:35:38 PM » |
|
มะนาว...ยาประจำบ้าน
แก้ไอ ผสมน้ำมะนาวกับน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมและเกลือ ใช้จิบแก้ไอ
แก้ก้างติดคอ หั่นมะนาวเป็นชิ้นอมไว้ ค่อยๆกลืนน้ำมะนาว ทำสัก 2-3 ครั้งหรือจนกว่าก้างจะอ่อนตัวหลุดออก
ดับพิษแก้ปวดแสบปวดร้อน ผ่ามะนาวประคบโปะตรงบริเวณที่เป็นแผล ช่วยบรรเทาอาการได้ดี
แก้คันศีรษะ ใช้น้ำมะนาวนวดศรีษะให้ทั่ว ทิ้งไว้สักครู่ แล้วสระผมตามปกติ
แก้สิว น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมไข่ขาว 1 ช้อนชา ตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน แต้มที่ตุ่มสิว ทิ้งไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยสบู่อ่อนๆสิวจะหายไป
หน้าใสปิ๊ง ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้สักครู่ ล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วซับให้แห้ง ทำอาทิตย์ละครั้ง ผิวหน้าจะดูสดใสอ่อนวัย แบบไม่ต้องพึ่งครีมพอกหน้าราคาแพงๆ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
 |
|
|
|
|