ไร้คอนเซปต์

ทั่วไป => ทั่วไป => ข้อความที่เริ่มโดย: katip ที่ มีนาคม 18, 2014, 09:21:04 PM



หัวข้อ: Pink Tender เนื้อหลากหลาย สีชมพูฉ่ำ สุกทั่วทั้งชิ้น !
เริ่มหัวข้อโดย: katip ที่ มีนาคม 18, 2014, 09:21:04 PM
Pink Tender เนื้อหลากหลาย สีชมพูฉ่ำ สุกทั่วทั้งชิ้น !


(http://static.wongnai.com/wdiary/202/pinktender1.jpg)
?บรรยากาศภายในร้าน Pink Tender?


(http://static.wongnai.com/wdiary/202/pinktender3.jpg)

หากกำลังมองหาร้านเนื้อที่ดีและมีคุณภาพย่านบางนาลองมาที่ ?Pink Tender? ร้านอาหารสไตล์ยุโรปที่ครีเอทเมนูฟิวชั่นที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ในแต่ละวันเจ้าของร้านและเชฟได้คิดค้นเมนูใหม่ๆอยู่เสมอเพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มลองเมนูแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้ทานที่ไหนมาก่อน คำว่า Pink Tender เป็นภาษาเชฟ ที่หมายถึงความสุกของเนื้อระดับ Medium Rare ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่ภายนอกของเนื้อมีสีชมพู โดยเนื้อในแต่ละเมนูของทางร้านจะมีระดับความสุกแบบ Pink Tender ทั้งหมด นอกจากจุดเด่นเรื่องเนื้อสีชมพูแล้วทางร้านยังมีเนื้อค่อนข้างหลากหลาย ลูกค้าสามารถเลือกได้เลยว่าอยากทานเนื้อส่วนไหน
นอกจากนี้ร้าน ?Pink Tender? ยังมีเบียร์มากกว่า 12 ยี่ห้อ ให้คุณได้นั่งดื่มสังสรรค์กับเพื่อนได้อย่างมีอรรถรสในเวลาค่ำคืนอีกด้วย ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบ หรู โดยจะเน้นสีดำเป็นหลัก มีโต๊ะไม้ช่วยเพิ่มความชอฟ์ลงทำให้ดูไม่แข็งจนเกินไป


(http://static.wongnai.com/wdiary/202/pinktender5.jpg)
?Tuna Spicy Salad?

เริ่มด้วยอาหารเบาๆเรียกน้ำย่อยกันก่อน ?Tuna Spicy Salad? (ราคา 150 บาท) สลัดผักไฮโดรออแกนิค ที่มีความสดกรอบ แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพิ่มความเป็นไทยด้วยน้ำสลัดสูตรพิเศษของทางร้าน ที่มีรสชาติเผ็ดเปรี้ยวถูกปากคนไทย เสิร์ฟพร้อมไข่ต้มและทูน่า ถ้าจะให้ดีแนะนำให้ทานเป็นจานแรกเพราะมีรสชาติครบรสทั้ง เปรี้ยว หวาน เผ็ด รสชาติเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้น้ำย่อยทำงานเพื่อพร้อมสำหรับการทานอาหารในจานถัดไป


(http://static.wongnai.com/wdiary/202/pinktender7.jpg)
?Lobster Bisque & Hokkaido Scallop?

?Lobster Bisque & Hokkaido Scallop? (ราคา 240 บาท) ซุปหัวกุ้งล๊อบสเตอร์ ทานคู่กับหอยเชลล์ฮอกไกโด จุดเด่นของจานนี้อยู่ที่ความเข้มข้นของซุปที่ต้องใช้กุ้งหลากลายกิโลในการทำ หากได้ลองทานแล้วจะได้กลิ่นของหัวกุ้งหอมอบอวลไปทั่วจมูก ด้านล่างเป็น Mash Potato ช่วยเสริมความหนักแน่นและหนักท้องให้กับซุปตัวนี้ได้เป็นอย่างดี ทานคู่กับหอยเชลล์ฮอกไกโดเนื้อนุ่มหนึบหนับ แถมยังมีรสหวานเข้ากันเป็นอย่างดี  ตัดเลี่ยนด้วยความเปรี้ยวจาก Citrus Cream แบบโฮมเมด เวลาทานให้ตัก Citrus Cream มานิดหน่อยแล้วค่อยทานกับน้ำซุปจะได้รสเปรี้ยวตัดเลี่ยนได้ดี หรือถ้าใครชอบความหนักของตัวซุปก็สามารถทานเปล่าๆได้เลย


(http://static.wongnai.com/wdiary/202/pinktender8.jpg)
?Penne Truffle Cream?

?Penne Truffle Cream? (ราคา 200 บาท) เพนเน่ครีมเห็ดทรัฟเฟิล ใช้จุดเด่นของตัวทรัฟเฟิลออยล์มาช่วย ทำให้ทานแล้วมีความหนักแน่น ไม่เลี่ยน ได้รสชาติที่เข้มข้น ส่วนเส้นเพนเน่ก็เหนียวนุ่ม รสกรุบๆของเห็ดหลากหลายชนิดช่วยเพิ่ม texture ให้อร่อยมากยิ่งขึ้น


(http://static.wongnai.com/wdiary/202/pinktender9.jpg)
?Vongole Spaghetti?

แต่หากใครชอบทานจานอาหารหนักๆ แนะนำ ?Vongole Spaghetti? (ราคา 220 บาท) สปาเก็ตตี้ผัดไวท์ไวน์และหอยตลับ ความอร่อยอยู่ที่การผัดไวท์ไวน์, Olive Olie และน้ำจนเป็นเนื้อเดียวกัน ยิ่งทานตอนมาเสิร์ฟร้อนๆน้ำซอสจะมีลักษณเป็นเนื้อข้นๆ ได้รสชาติมันๆ ไม่เลี่ยน เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบทานอะไรครีมๆ เสริมความอร่อยด้วยหอยตลับสดตัวใหญ่ เนื้อเหนียวนุ่ม และโรยด้วยพาร์มิซานชีสที่ถูกขูดออกมาเป็นแผ่น ช่วยเพิ่มรสชาติเค็มๆมันๆให้อร่อยยิ่งขึ้นไปอีก


(http://static.wongnai.com/wdiary/202/pinktender11.jpg)
?Angus Striploin?

มาถึงตัวไฮไลท์และถือว่าเป็นที่มาของชื่อร้านอย่าง ?Angus Striploin? (ราคา 790 บาท) เนื้อสีชมพูที่ดูยังไงๆก็เป็นเนื้อดิบแน่นอน แท้จริงแล้วเนื้อ Angus ที่ทางร้านเสิร์ฟมาให้ทานนั้นถูกนำไปย่างจนสุกแบบ medium rare ไปทั่วทั้งชิ้น สีชมพูที่เห็นนั้นเกิดจากการดันอุณหภูมิซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษของเชฟ  เมื่อได้ลองทานดูจะพบว่าเนื้อนั้นสุกไปทั่วทั้งชิ้นจริงๆ แต่ยังคงความชุ่มฉ่ำของเนื้อไว้ แถมยังไม่มีกลิ่นคาวอีกด้วย เพิ่มรสชาติเค็มๆมันๆด้วยการทานคู่กับบัตเตอร์ แอนโชวี่ ใครที่ไม่ชอบทานมันให้โรยแค่เกลือกับพริกไทยจะได้รสชาติของเนื้อมากที่สุดอร่อยไปอีกแบบ นอกจากนี้ยังมี Carrot Puree แครอทบดเนื้อเนียนรสหวานให้ทานเป็นเครื่องเคียงอีกด้วย จานเดียวแต่หลายออฟชั่นขนาดนี้ต้องลิ้มรสความอร่อยให้ครบทุกแบบ



(http://static.wongnai.com/wdiary/202/pinktender12.jpg)
?Duck Breast Cranberry?


ต่อด้วย ?Duck Breast Cranberry? (ราคา 240 บาท) อกเป็ดซอสแครนเบอรี่ พิเศษกว่าที่อื่นตรงที่ทางร้านจะรีดหนังของเป็ดให้เหลือชั้นไขมันน้อยที่สุด การรีดไขมันออกนั้นเป็นการลดกลิ่นความของตัวมันเอง เวลากัดข้างในจะนุ่มๆ ส่วนหนังจะกรอบๆและมีรสชาติที่ออกเค็มนิดๆได้อรรถรส อีกหนึ่งความพิเศษคือการใช้ซอสแครนเบอรี่แทนซอสส้ม ทำให้ได้รสชาติที่เปรี้ยวหวานแตกต่างออกไป อีกทั้งยังเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีร้านไหนเหมือน ด้านข้างเป็นมันทอดปรุงรสและ snap peas ทานคู่กันเป็นเครื่องเคียง เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เชื่อได้ว่าหากใครได้ลองสักครั้งแล้วต้องอยากกลับมาทานอีกแน่นอน

(http://static.wongnai.com/wdiary/202/pinktender14.jpg)
?Chuck & Shank Stew?

อย่าเพิ่งอิ่มยังมี ?Chuck & Shank Stew? (ราคา 400 บาท) ภายในจานประกอบไปด้วยเนื้อ 2 ส่วน คือ เนื้อส่วน Chuck คือเนื้อส่วนของหัวไหล่ และเนื้อส่วน Shank ซึ่งเป็นเนื้อส่วนขา ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้มี texture ที่ต่างกัน ทั้งสองส่วนถูกนำมาตุ๋นจนสุก พอได้ทานแล้วจะพบว่าเนื้อส่วนขาจะนุ่มมาก นุ่มมากซะจนเหมือนเจลาติน แต่เนื้อส่วนหัวไหล่จะเหนียวกว่ามีให้เคี้ยวนิดๆ ความนุ่มและความเหนียวของเนื้อทั้งสองชนิดถือเป็นลูกเล่นของเมนูนี้ ทำให้ทานแล้วสนุกแถม รสชาติของน้ำซุปที่ตุ๋นจนเข้าเนื้อยังอร่อยได้รสชาติที่กลมกล่อมอีกด้วย


(http://static.wongnai.com/wdiary/202/pinktender16.jpg)
?Souffle?

อิ่มของคาวกันไปแล้วอีกกระเพาะนึงต้องเตรียมไว้สำหรับของหวาน ?Souffle รส Pina - Colada? (ราคา 150 บาท) แป้งเมอแรงค์ที่มีส่วนผสมของสับปะรดและกะทิ ถูกอบจนร้อนจากนั้นจึงฟูสวยอย่างที่เห็น เสิร์ฟคู่กับซอสกะทิและไอศกรีมวานิลลาเนื้อเนียน เวลาทานให้ตัก Souffle นำมาราดกะทิแล้วทานกับไอศกรีม เข้าปากแล้วจะได้สัมผัสของความนุ่มและความกรอบแล้วละลายหายไป อีกทั้งยังได้ทั้งความร้อนและเย็นผสมกันในปากแล้วจึงได้ความหอมของสับปะรดกับกะทิตีขึ้นมา  เป็นเมนูของหวานที่ถือว่ามีหลากรสสัมผัสภายในหนึ่งเดียว บอกไว้ก่อนเลยว่าของหวานเมนูนี้ไม่ธรรมดา เพราะทางร้านทำเฉพาะวันศุกร์, เสาร์ และอาทิตย์ 3 วันเท่านั้น ใครมานอกเหนือสามวันนี้อดทานแน่นอน

ร้าน ?Pink Tender? เปิดให้บริการในวันอังคาร - อาทิตย์ เวลา 17.00 น.- 24.00 น.สนุกไปกับการทานอาหารที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใครได้ที่ร้าน ?Pink Tender? ที่เดียวเท่านั้น และสามารถเข้าไปชมและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.wongnai.com/articles/pink-tender (http://www.wongnai.com/articles/pink-tender)