ไร้คอนเซปต์

Smart Phone Club & Computer Webmaster Programmer => Android Club : คลับของคนใช้แอนดรอยสมาทโฟน => ข้อความที่เริ่มโดย: roropop ที่ มกราคม 23, 2007, 06:15:55 PM



หัวข้อ: ชัดไม่ชัด วัดด้วยอะไร
เริ่มหัวข้อโดย: roropop ที่ มกราคม 23, 2007, 06:15:55 PM
1. เซนเซอร์ CCD/CMOS
CMOS เป็นเซนเซอร์รับภาพแบบแรกที่มีใช้กันความคมชัดต่ำแต่ภาพที่ได้จะมีสีสันประหยัดพลังงาน เป็นเทคโนโลยีค่อนข้างเก่าในปัจจุบัน CCD เป็นเซนเซอร์รับภาพแบบใหม่ ใช้ในกล้องดิจิตอลทั่วไป ภาพที่ได้คมชัด สีสันสมจริง มีความไวแสงสูง แต่กินไฟมากกว่าแบบ CMOS
CCD และ CMOS ต่างก็ทำมาจาก Silicon CCD จะมีใช้เฉพาะในกล้องดิจิตอลและอุปกรณ์สำหรับถ่ายภาพ ช่วงนี้โทรศัพท์มือถือติดกล้องรุ่นใหม่ๆก็เริ่มใช้เป็นเซนเซอร์นี้แล้ว ส่วน CMOS มีใช้ในอุปกรณ์ต่างๆทั่วไป ทั้งในคอมพิวเตอร์รวมไปถึงเครื่องใช้ภายในบ้านด้วย เนื่องจาก CMOS มีใช้ในอุปกรณ์ที่หลากหลาย มีการผลิตออกมามากจึงทำให้ราคาต่ำ การทำงานของทั้งคู่คือการรับแสงผ่านเลนส์พอมาตกกระทบเซนเซอร์รับภาพก็จะแปลงแรงดันไฟหรือกำลังไฟฟ้าแล้วส่งไปยังหน่วยประมวลผลและแปลงออกมาเป็นสีอีกครั้ง หน่วยประมวลผลจะมีบันทึกว่า แรงดันระดับนี้ให้สีเป็นสีอะไร โดยจะเป็นการผสมกันของสี 3 สีหลัก คือ น้ำเงิน เขียว แดง
ตามหลักการ CCD ให้คุณภาพสูงกว่า CMOS ก็จริงแต่เราต้องมองส่วนอื่นๆประกอบด้วย โดยเฉพาะส่วนที่เอื้อกันอยู่อย่างหน่วยประมวลผล ฉะนั้นเราก็ดูเพียงแค่ในส่วนนี้ไม่ได้ ต้องดูในหลายๆส่วนประกอบกัน ตัวอย่างของกล้องติดโทรศัพท์มือถือที่เซนเซอร์เป็น CCD ก็เช่น Sony Ericsson S700i

2. Pixel ความละเอียด
คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดกันเรื่องนี้ เข้าใจกันว่า ยิ่งกล้องมีจำนวนตัวเลข Pixel สูงเท่าไหร่ จะยิ่งให้ภาพที่ชัดมาก แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ทั้งหมดค่ะ Pixel คือจุดเม็ดสีที่เอามาเรียงต่อๆกันเป็นภาพ อย่างเช่น 640x480 Pixel ก็คือเป็นจุดสีเรียงๆกันไป แนวนอน 640 จุด เป็นความกว้าง และแนวตั้งเรียงกัน 480 จุดเป็นความสูงของภาพ ดังนั้น Pixel ก็เป็นเพียงตัวบอกขนาดของภาพ ถ้าเราต้องการถ่ายภาพแล้วเก็บไว้ดูบนหน้าจอมือถือเพียงอย่างเดียว ความละเอียดในส่วนนี้ ก็มีผลเพียงเล็กน้อยจนแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ค่ะ แต่จะมีผลก็ต่อเมื่อเราถ่ายภาพแล้วส่งต่อไปดูยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือจะเห็นผลได้อย่างมากเมื่อเอาไปอัดเป็นภาพค่ะ
หากจะศึกษาต่อไปอีกเราก็คงต้องไปดูสเปกลึกๆ เกี่ยวกับความละเอียดตรงนี้ด้วยค่ะ เพราะปัจจุบันมีการใช้ซอฟท์แวร์ขยายความละเอียด ซึ่งจะเป็นการใช้โปรแกรมในการขยายไม่ใช่ความละเอียดที่เป็นอยู่เดิม
ความละเอียดของกล้องติดโทรศัพท์มือถือตอนนี้มีอยู่หลายระดับ แต่ละแบบก็สามารถบ่งบอกถึงประสิทธิภาพได้ในส่วนหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมกันก็มี CIF, VGA และ XGA (ในที่นี้ขอรวมเป็น MegaPixel เลยเพื่อความเข้าใจง่ายนะคะ)
- CIF ความละเอียดขนาด 240 x 320 Pixel ตอนนี้ไม่ค่อยออกมาให้เห็นแล้ว ตัวอย่างเช่นรุ่น Motorola A768, Nokia 6610i, Nokia 7250, Sony Ericsson T610 เป็นต้น
- VGA VGA เป็นขนาดมาตรฐานในปัจจุบันเท่ากับ 640 x 480 Pixel มีมากที่สุดในบรรดากล้องติดโทรศัพท์ ตัวอย่างเช่น รุ่น Sony Ericsson K700i, Nokia 6600, Nokia 7280, Motorola E398, Samsung E630, Siemens SX1 เป็นต้น
- MegaPixel เนื่องจากโทรศัพท์แต่ละรุ่นออก format ของ ความละเอียดมาต่างกัน แต่อยู่ในระดับที่ใกล้ๆกัน ก็เลยอธิบายรวมกันไปเลยนะคะ คำว่า Megapixel เป็นการรวบเอากล้องที่ระดับประมาณล้านพิกเซลไว้ทั้งหมดค่ะ
- XGA 1024 x 768 เช่น LG T5100 Nokia 7610
- SXGA 1280 x 960 เช่น Nokia 6670, Siemens SF65
- UXGA 1600 x 1200 เช่น NEC 840
นอกจากนี้ยังมี Format อื่นที่แต่ละยี่ห้อตั้งขึ้นมาเองอีกด้วยเช่น Gx 30/32 Camera Phone ที่ถือเป็นอันดับ 1 ของตลาด GSM ใช้ความละเอียดสูงสุดที่ 1144 x 858 Pixel ค่ะ

3. หน้าจอแสดงผล
ในส่วนนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความชัดไม่ชัดของภาพที่ได้ค่ะ แต่ว่าจะมีผลต่อความรู้สึกในการถ่าย โดยทั่วไปคนเรามักจะมองจากตรงนี้เป็นตัวตัดสินแต่จริงๆแล้วหน้าจอแสดงผลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาพที่ได้เลยค่ะ เป็นเพียงตัวกลางในการแสดงภาพ เหมือนกับการที่ทีวีต่างชนิดกันถึงแม้จะรับภาพๆเดียวกันมาก็ให้สีและความคมชัดที่ต่างกัน
จอแสดงผลมีหลายแบบค่ะ ที่ถือว่ามีประสิทธิภาพและให้ภาพที่คมชัดในระดับหนึ่ง ใช้กันมากในบรรดาโทรศัพท์มือถือต่างๆก็คงจะเป็น จอแบบ TFT แสดงภาพที่สีสด ส่วนที่เลื่องลือกันอีกแบบก็คงจะเป็นจอของ Sharp ค่ะ ที่ใช้จอแบบ CG Silicon ที่ใช้ในเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นกล้องวีดีโอ กล้องดิจิตอล รวมไปถึงโทรทัศน์ของ Sharp เองก็ใช้จอแบบนี้อยู่ค่ะ เพราะฉะนั้นจอแบบ CG Silicon จึงเป็นจอที่ถือว่ามีประสิทธิภาพมากให้สีที่สด สมจริง

4. Firmware
เฟริมแวร์เป็นอีกส่วนที่มีผลต่อความคมชัดของภาพ เฟริมแวร์เปรียบเสมือนกับระบบที่ควบคุมเครื่องทั้งหมด ดังนั้นจึงมีส่วนต่อความคมชัดของภาพ ส่วนใหญ่จะเห็นความต่างก็ต่อเมื่อเป็นเครื่องรุ่นที่วางจำหน่ายคนละภูมิภาค หรือ คนละบริษัทวางจำหน่าย จะเห็นได้ชัดๆก็เป็นโทรศัพท์ที่เป็น CDMA ในญี่ปุ่น แล้วในอเมริกาเป็น GSM มีการแปลงระบบโดยเครือข่ายของทางอเมริกา ทั้งๆที่ความละเอียดเท่ากัน เซนเซอร์ตัวเดียวกัน อะไรๆเหมือนๆกัน แต่ต่างกันตรงเฟริมแวร์ ในบางครั้งก็ทำให้ได้ภาพที่ต่างกันมากทีเดียวค่ะ

5. โทนสีและการชดเชยแสง
เรื่องโทนสีและการชดเชยแสง คงไม่สามารถดูจากสเปกใดๆได้ แต่คงต้องตัดสินด้วยตาแล้วล่ะค่ะ โทรศัพท์แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อทำออกมาแตกต่างกัน ในส่วนของโทนสีนั้น เฟริมแวร์มีส่วนเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ นอกเหนือไปจากเรื่องของคุณภาพกล้องแต่ละยี่ห้อ ซึ่งจะมีโทนสีเป็นเอกลักษณ์เลย แต่ละรุ่นจะไม่ทิ้งกันเท่าไรอาจต่างกันในส่วนอื่นๆ แต่โทนสีจะเป็นแนวเดียวกัน
ส่วนการชดเชยแสง ในกรณีนี้ ไม่ขอพูดถึงแฟลชแล้วกันค่ะ เพราะว่าจริงๆแฟลชก็ช่วยได้แค่ในระดับหนึ่งเช่นการถ่ายภาพระยะใกล้ๆ แต่จะขอพูดถึงการชดเชยแสงซึ่งต้องอยู่ในระดับที่พอดีๆ บางครั้งชดเชยมาก ให้แสงที่เกินจริงไปก็อาจทำให้เกิด noise บนภาพเยอะ หรือสว่างเกินจริงจนดูหลอกตาไปก็ได้ค่ะ
โทนสี

6. โหมดอื่นๆ
การที่จะถ่ายภาพได้ชัดหรือไม่อาจต้องอาศัยหลายๆอย่างเลยค่ะ นอกจากทั้ง 5 อย่างข้างต้นแล้ว ยังต้องอาศัย แสง อาศัยโหมดอื่นๆอย่างเช่น Macro ซึ่งจะทำให้ถ่ายภาพใกล้ๆได้คมชัด หรือรวมไปถึงการถ่ายด้วยค่ะ เหนือสิ่งอื่นใด คนถ่ายมีผลอย่างมากทีเดียวกับภาพที่ได้ ^^

สรุปแล้วถ้าซื้อโทรศัพท์เพื่อเน้นการใช้งานด้านการถ่ายภาพเนี่ยนะคะ การเช็คคุณสมบัติเครื่องไม่ใช่สิ่งเดียวที่เราควรทำ แต่ควรจะลองไปหาดูภาพตัวอย่างจากโทรศัพท์รุ่นนั้นๆก่อน อาจจะหาดูจากหนังสือ หรือไม่ก็ตามเว๊ปไซท์ต่างๆประกอบการตัดสินใจค่ะ
ช่วงนี้อากาศร้อนๆ ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ เจอกันใหม่ ฉบับหน้าค่ะ