สิงหาคม 15, 2020, 08:19:15 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลไม่รู้ว่าใคร กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
เทคนิคการ OC VGA ด้วย Atitool และ Rivatuner ง่ายๆๆ  (อ่าน 6537 ครั้ง)
ไร้คอนเซปต์ ****** ออฟไลน์ ออฟไลน์ เพศ: หญิง พลังสะสม: 2364
มิถุนายน 11, 2009, 12:19:25 AM
ผลงาน: 2326
icemilk
สโมสรไร้คอนเซปต์
ไร้คอนเซปต์
******

ผลงาน: 2326
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
พลังสะสม: 2364


« เมื่อ: มิถุนายน 11, 2009, 12:19:25 AM »
มาเริ่มขั้นตอนกันเลยดีกว่า
อันดับแรกคุณต้องมีตัวโปรแกรม Atitool และ Rivatuner กันไว้ก่อนแล้วนะ ส่วนเรื่องเวอร์ชั่นไหนนั้น ก็แล้วแต่จะเตรียมไว้นะครับ ในที่นี้ผมใช้ Atitool 0.26 และ Rivatuner 2.06

เริ่มต้นเกริ่นก่อนละกัน เคยมีใครสังเกตุบ้างมั้ยว่า atitool สามารถปรับแต่ง core/mem ได้ทั้ง3โหมด คือ 2D , 3DLow , 3DPerf. แบบละเอียด สามารถเพิ่มได้สเต็ปละ 0.5 แต่แท้ที่จริงแล้ว มันเป็นเรื่อง fake ครับ อ้าว..ทำไมผมว่างั้นหละ ก็ core/mem ที่แท้จริงของการ์ดจอ เราสามารถดูได้จาก Hardware monitor ของ riva เป็นหลัก อีกทั้งมันยังไม่สามารถขยับได้ทีละ 0.5 ซะด้วยซิ ลองสังเกตุก็แล้วกันครับ ว่ามันจะกระโดดข้ามกันแบบน่าใจหาย แล้วแต่ช่วงวเต็ปของมัน ดังนั้นเราต้องใส่ใจในจุดนี้ให้ดีๆ เพราะว่าหากจะขยับจริงๆ เราต้องเปิดหน้า Hardware monitor ไว้โดยตลอด ดังนั้นเดี๋ยวก็จะมีคนสงสัยกันอีกแหละว่า "เอ๊ะ..แล้วทำไมไม่ใช้ riva คล็อกมันเลยหละ ง่ายดีออก ไม่ต้องไปยุ่งกับ atitool ก็ได้นี่" แต่เดี๋ยวคุณจะรู้ในขั้นตอนต่อไปครับ แล้วอีกเรื่องนึงที่คุณต้องสังเกตุคือ การ์ดจอไม่ได้มีเพียง core/mem มันยังมี shader อีกตัวนึงด้วยนะ ซึ่งมันจะทำงานสัมพันธ์กับ core ดังนั้นหากขยับ core เจ้าตัว shader ก็จะขยับตามด้วย เดี๋ยวเรื่องนี้จะมีทีเด็ดในตอนท้าย

เป็นอันว่าคงเข้าใจ ในหลักการง่ายๆกันแล้วนะครับ ต่อไปก็เข้าเรื่องกันเลย


วิธีการใช้งาน Atitool และ Rivatuner


หน้าตาคู่พระคู่นางในวันนี้


ขั้นตอนต่อมา เราต้องไปเปิดการใช้งาน shader ของมันซะก่อน ซึ่งหากเราไม่เปิดการใช้งานในส่วนนี้ จะไม่สามารถจัดการกับมันได้ ดังนั้นต้องเข้าไปเปิดมันซะ
-rivatuner > system > หาหัวข้อ shader..... และ usage..... ตามรูป แล้วเซ้ตค่ามันให้เท่ากับ 1



พอหลังจากเปิดการใช้งานในส่วนนี้แล้ว เราก็จะสามารถจัดการเจ้า shader ได้อย่างอิสระ แต่เดี๋ยวก่อน ตอนนี้อย่าเพิ่งไปยุ่งกับมัน ปล่อยให้มันลอยนวลไปแบบนั้นก่อน เดี๋ยวเจอกัน หุหุ
ต่อมาหัวใจหลักของงานนี้อีกเช่นกัน คือ เจ้า Hardware monitor ขอแนะนำว่าให้เปิดไว้ตลอดเวลาที่เราจะทำการ OC ด้วยนะครับ เพื่อที่จะได้เป็นตัวเช็ค core/shader/mem และรวมถึงเอาไว้ดูอุณหภูมิของมันด้วย วิธีเปิดก็ตามรูปเลยครับ


เอาหละ เมื่อเปิดมาเรียบร้อยแล้วก้แวะมาดูน่าตาของเจ้า shader ของเราซะหน่อย ว่าสามารถจัดการกับมันได้อย่างอิสระหรือยัง
หุหุ มันโผล่มาแว้ว แต่นี่แค่เปิดดูอย่างเดียวพอนะ อย่าเพิ่งไปยุ่งกับมัน แล้วก็เอาติ้กตรง enable ออกไปก่อน จากนั้นปิดมันไปก่อน


ต่อมาก็เปิดเจ้า Atitool ของเราขึ้นมาซะพระเอกของมันมีแค่ 3ปุ่มที่ขีดไว้ซ้ายมือนั้นแหละครับ นี่แหละเครื่องมือหลักของเรา "แต่เอ๊ะ นี่มันก็เรื่องง่ายๆนี่หว่า ใครๆก็รู้" แต่เดี๋ยวก่อน มันยังมีทีเด็ดอีกเยอะ


อันดับต่อก็เริ่มเข้าเรื่องกันเลย กด Find max core เพื่อหาค่า core สูงสุดที่โปรแกรมมันจะหาให้เราได้ แบบนี้เราก็เล่นกันแบบ auto ง่ายๆเลย แต่ระหว่างที่มันหานั้น ให้เราสังเกตุใน Hardware monitor ให้ดี แล้วจะเห็นว่า มันกระโดดข้ามแบบหลายสเต็ปเลย ไม่ได้ขึ้นทีละ 0.5 เหมือนอย่างใน atitool ซะแล้ว นี่แหละคือข้อควรระวัง และก็ต้องสังเกตุในหน้าจอ running ของ atitool ด้วยนะครับ ด้ามันพบ error หรือเราสังเกตุเห็นว่าภาพแตกแม้แต่นิดเดียว ให้เรารีบกด about โดยทันที หากปล่อยให้มันไปต่ออีก รับรองเครื่องค้าง เดี๋ยวได้รีสตาร์ทอย่างเดียว


พอได้ค่า core ที่สูงสุดจากโปรแกรมแล้ว ก็จำไว้ก่อน แล้วปรับให้มันเหมือนเดิมซะ
จากนั้นก็ให้ดำเนินการในส่วนของ mem ต่อ ด้วยวิธีเดี๋ยวกัน พอพบว่าภาพเริ่มเพี้ยนก็หยุดเช่นกัน


พอได้ค่าสูงสุดของ core/mem มาแล้ว คราวนี้ก็ได้ใช้ Scan for Artifacts กันซะที โดยปรับค่าทั้ง core/mem ให้เป็นค่าสูงสุดที่เราหาไว้แล้ว จากนั้น scan ดูซะ ว่าเจอจุด error หรือเปล่า หากงานนี้ผ่านตลอดก็เตรียมตัวลุยต่อ หากมันยังมีอาการภาพแตกก็ให้ลองลดมันลง แต่ส่วนมากจะไม่ค่อยเจอหรอก ระหว่างนี้ก็ให้เช็คเรื่องความร้อนไปด้วยนะครับ ว่ามันร้อนแบบเว่อร์ๆหรือเปล่า เรื่องนี้ก็ขึ้นกับระบบระบาความร้อนของแต่ละคนแล้วเน้อ


ก็ถือว่าหมดละสำหรับการใช้งาน atitool ต่อมาก็ต้องมานั่งไล่แบบละเอียดกับเจ้า riva กันต่อ คราวนี้เราจะได้ใช้เจ้า shader ให้เป็นประโยชน์แล้วหละ
อันดับแรกให้ปลดล็อคมันออกก่อน เพราะเราจะไม่ให้มันข้องเกี่ยวกันละ



ขั้นตอนต่อมาก็แล้วแต่ความสามารถของการ์ดแต่ละตัวแล้วหละว่ามันจะสามารถดันไปได้อีกเท่าไหร่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องไปลองกันดูเอง แต่ผมจะขออธิบายเพิ่มเติมนิดหน่อยในส่วนของการทำงานของมัน
จากการที่ได้ลองผิดลองถูกอยู่นาน จึงทำให้ได้รู้ว่าสาเหตุที่ลากการ์ดต่อไปได้ไม่ไกลนั้นมันมีสาเหตุหลักๆอยู่กันไม่กี่อย่าง  หลักๆที่ควรสังเกตุคือ core หรือ shader มันตัน ดังนั้นจึงทำให้ลากต่อพร้อมกันทั้ง2ตัวไม่ได้ เลยต้องมีการปลดล้อกมันซะ เพื่อที่เราจะสามารถหาข้อผิดพลาดตรงนี้ได้ว่าเกิดจาก core หรือ shader ที่ตัน เนื่องจากเราใช้ atitool หากันมาแล้วรอบนึง แล้วก็พบจุดสูงสุดที่มันหาเจอแล้ว แต่ขอบอกก่อนเลยว่ายังไม่หมดแค่นั้น มันยังสามารถดันไปได้อีกหน่อย โดยเฉพาะ core สามารถไปได้อีกพอสมควร วิธีการคือ เราต้องลาก core โดยที่ไม่ต้อง shader ตามมันไป ว่าแล้วก็ลองกันเลยครับ ค่อยๆลากทีละหน่อย แล้วสังเกตุจากในกราฟ แล้วจะรู้ว่ามันจะกระโดดเป็นสเต็ป************งเลยหละ ค่อยๆขยับกันไปทีละหน่อย แล้วลองใช้ atitool เปิด scan หาจุด error ของมัน หรือไม่งั้นใช้โปรแกรม AquaMark3 เทสเลยก็ได้ เพราะมันไวดี หากเทสผ่านก็แปลว่าเราเริ่มมาถูกจุดละ บางคนให้ข้อสังเกตุที่ว่าเจ้าโปรแกม AquaMark3 มันไม่ค่อยโหดกับการ์ดซักเท่าไหร่ มันเลยเทสผ่านโดยง่าย แต่มันก็เป็นวิธีที่จะทำให้เรารู้ได้เร็วที่สุด หรือไม่งั้นก็นั่งรัน 3Dmark03,05,06 ไปด้วยก็ได้ แต่อาจนานหน่อย แต่เพื่อความเสถียรก้ถือว่าคุ้มนะ เรื่องนี้ก็แล้วแต่คุณแล้วหละว่าจะใช้อะไรเป็นตัวทดสอบ ซึ่งมีให้เลือกกันหลายโปรแกรมเหลือเกิน
เราสามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้ทั้ง3ส่วนนะครับ ทั้ง core/shader/mem ซึ่งใช้วิธีเดียวกันนี่แหละ ค่อยเป็นค่อยไปทีละตัว หาจุดอิ่มตัวของทั้ง3จุดให้ได้ เอาแบบสุดๆไปเลย จนสามารถเทสผ่านทุกโปรแกรมโดยไม่พบจุด error
จากนั้นเมื่อพบใจละให้เรา save ไว้โล้ด หากต้องการใช้ค่านั้นตลอดไปนะ เราก็จะได้ค่าทั้ง core/shader/mem ที่สูงสุด




การปรับรอบพัดลม
เพิ่มเติมในส่วนของการปรับรอบพัดลมอีกนิดงับ โดยปกติแน่นอนว่ารอบพัดลมที่การ์ดแต่ละตัวตั้งค่ามาตรฐานออกมา มักจะไม่ได้ตั้งกันที่ 100% อยู่แล้ว
แต่หากใครอยากขจัดความร้อนของการ์ด แต่ต้องแลกมาด้วยเสียงรอบพัดลมที่เพิ่มขึ้น ก็ลองดูกันงับ ว่ามันจะทำให้การ์ดตัวโปรดของคุณเย็นขึ้นบ้างหรือเปล่า
ในส่วนนี้ปรับตามรูปได้เลยเน้อ





>บนสรุป<
เห็นมั้ยครับว่าไม่ยากเลย เรื่องนี้หลายๆท่านคงรู้กันแล้วหละ แต่ก็เพียงแค่อยากแนะนำการใช้งานร่วมกันแบบง่ายๆ จะได้ลดขั้นตอนการนั่งหาจุดสูงสุดกันให้เมื่อย
แต่ก็ค่อนข้างละเอียดนะ กับการที่จะต้องมานั่งไล่หาค่า core/shader/mem กันทีละจุด แต่รับรองว่าจะรีดประสิทธภาพของการ์ดได้อย่างเต็มที่แน่นอน
คราวนี้จะขอแนะนำพ่วงท้ายซักหน่อย เกี่ยวกับความสำคัญของการทำงานของ core/shader/mem
(จะถูกหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกันนะ เพราะผมไม่ได้อ้างอิงตำราอะไร เพียงแค่อ้างอิงข้อมูลส่วนตัวเท่านั้น ผิดพลาดประการใดก็ให้เพื่อนๆช่วยเพิ่มเติมได้นะครับ)
core/shader/mem
ประสิทธิภาพของการแสดงผลของการ์ดจอหากเราไม่พูดกันถึงเรื่อง bit กันแล้ว (ซึ่งในที่นี้ไม่ขอพูดถึง) ค่าที่สำคัญต่อมาก็ต้องเล็งไปที่ core > shader > mem ตามลับดับ
การ OC ควรเน้นไปที่ core กับ shader ซึ่งจะมีผลกับการใช้งานจริงหรือผลเทสต่างๆ มากกว่า mem ซึ่งในส่วน mem มักจะลากได้ไกลๆไม่ไกล ก็ขึ้นกับแรมที่ให้มากับตัวการ์ดด้วย เช่นแรม 1.0,1.2,1.4 core กับ shader จะถูกเรียกใช้งานได้เต็มที่ในบางเกมหรือบางผลเทส ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพที่สูงขึ้นแน่นอน การลากได้ไกลๆก็ใช่ว่าจะได้ผลเทสที่ดีขึ้น หรือเล่นเกมได้ลื่นขึ้นนะครับ เพียงแต่ว่าเราต้องหาจุดอิ่มตัวของมันให้เจอ หาจุดที่มันสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ใช่ว่าจะลากเอาไกลอย่างเดียว จมลืมสนใจไปว่าการ์ดของคุณมันจะไหวหรือเปล่า มันอาจทำงานได้ดีในสภาวะที่ core/shader/mem ต่ำกว่าจุดที่เราหาได้สูงสุดก็ได้ เรื่องนี้ต้องเทสให้เห็นผลกับตัวเองครับ แล้วจะทราบถึงจุดนี้ได้ดีขึ้น

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!