พฤศจิกายน 14, 2019, 08:56:27 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลไม่รู้ว่าใคร กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
บันทึกนรกภูมิ  (อ่าน 1660 ครั้ง)
ไร้คอนเซปต์ ****** ออฟไลน์ ออฟไลน์ เพศ: หญิง พลังสะสม: 2222 ..บางครั้งสิ่งที่เห็น...อาจไม่เป็น...อย่างที่คิด..
กันยายน 17, 2009, 12:36:47 AM
ผลงาน: 1013
....::::MoRe_mOrE::::....
ผู้สนับสนุนบอร์ด
ไร้คอนเซปต์
******

ผลงาน: 1013
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
พลังสะสม: 2222


..บางครั้งสิ่งที่เห็น...อาจไม่เป็น...อย่างที่คิด..

« เมื่อ: กันยายน 17, 2009, 12:36:47 AM »
คำนำ
เมื่อมนุษย์เกิดอุบัติมาในโลกนี้ ย่อมมีกฎแห่งกรรมเป็นผู้ลิขิตชีวิตท่าน แม้ท่านตายหรือแม้แต่สิ้นจิต (รูปกายแตกสลายดำรงอยู่พร้อมด้วยกายวิญญาณ) ในภพชาตินี้ ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ต่อไป แต่ท่านไม่รู้ไปว่าท่านนั้นจะต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่กี่ชาติ แม้สิ้นชาติจากนี้ไป ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคตกรรม ขอท่านจงสำนึกเถิดว่า กรรมนั้นมีจริง

สุดท้าย บทนี้ ผมขอฝากถึงมนุษย์ทั้งหลาย ที่ว่า ตัวตนนั้นไม่กลัวกรรม กลัวบาปที่ก่อ ไม่มีกรรมใดที่ทำแล้วสนองจริง มนุษย์ทั้งหลายมักพูดว่า “กรรมทั้งหลายไม่มีจริง ใครเป็นผู้ก่อ ใครทำบาปแล้วได้ดีมีมากไป “แต่ท่านรู้ไหมว่า พวกเขาเหล่านั้นจะต้องรับเสวยบุญกรรมก่อนที่เขาจะรับกรรม ในผลกรรมที่เขาได้ทำ แต่ถ้าหากผลบุญกรรมนั้นสิ้นลง ท่านจักจงดูเถิดว่า ชีวิตเขานั้นเป็นเช่นไรในอนาคต

จงหยุดเถิด …. เวรกรรมทั้งหลายนั้น จักสิ้นด้วยภพชาติแห่งการปฏิบัติเริ่มภพชาติปฏิบัติในตอนนี้ และปฏิบัติเพียรต่อไปอย่างไม่ท้อ เวลานั้น ท่านจักแจ้งในธรรม และรู้ในผลแห่งกรรมที่มนุษย์ปฏิบัติ เวรกรรมทั้งหลายนั้นสิ้นชาติด้วยกรรมที่ได้ก่อ จงเพียรสิ้นกรรมด้วยการปฏิบัติ

ขอจงสำนึกเถิด …
อนันตนโมพุทธมณีสร จงฟังธรรม กรรมนี้มีจริง “ใครเป็นผู้รับกรรมนั้นจักมีอยู่ เห็นจริง ในภพชาติที่กระทำ” จงฟังเถิด อนันตมมุณีเทพเวลาศรประทาน

“ปิยราช ไกรนรภพ”


บุญนิสงส์
บุคคลใดที่ได้สร้างหนังสือเล่มนี้ สามารถอธิฐานขอบุญนี้แก้กรรมเก่าในอดีตชาติของตนกับพญายมได้ทุกอย่าง
ใครก็ตามที่ได้สร้างหนังสือเล่มนี้ จำไว้ หรือแม้เขียนเพื่อระลึกถึง ก็สามารถตัดกรรมตัดเวรได้ ๕ ส่วน
ข้อที่สาม ท้ายสุดนี้ เราขอให้พรแก่ผู้ทำหนังสือเล่มนี้ ให้มีความเจริญสุขด้วยบุญลาภ ผลฤทธิ์สิทธิ์อันเจริญด้วยบุญนี้ จงประสิทธิ์



องค์อัมรินทร์ทราธิราช

คำแจ้งแก่มวลชน
อุปัตติทานปุญญผลัง ในผลบุญร่วมที่ได้สร้างร่วมกันในนี้ จงตอบสนองท่านด้วยสิ่งสมหวังในความหวังสิ่งประสงค์ในที่หวัง ขอจงประสิทธิ์ในภพชาติภูมินี้ ขอท่าน จงได้ในสิ่งเหล่านั้นเถิด
อนุโมทนาบุญร่วมในทานปุญญผลังหนนี้

“ปิยราช ไกรนรภพ”


“วิญญาณนั้น เป็นอยู่อย่างไรในภพภูมิเทวดา มนุษย์นั้นควรสังวรอยู่ว่า ตนเป็นมนุษย์ สิ่งใดที่ล้วนจากไปแล้วย่อมหวนไปกลับระหว่างโลกวิญญาณกับโลกมนุษย์ ความเปลี่ยนแปรแตกต่างย่อมมี คำพูดในหนังสือเล่มนี้ มีคำกล่าวที่เป็นคำเบื้องสูงระหว่างคนกับยมทูต คำนี้มีเรื่องมาเป็นอยู่อย่างไร ขอให้ผู้มีวิจารณญาณ จงหวนคิดตามคำกล่าวข้างต้น ย่อมแจ้งในเหตุผลดังนั้น
ผลขอกล่าวไว้ด้วยความนัย”

“ปิยราช ไกรนรภพ”


ข้อความในหนังสือเล่มนี้ เขียนขึ้นจากการปฏิบัติตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสมณโคดม ผู้ได้ตรัสสอนคำสอนแก่เวไนยสัตว์ให้รู้แจ้งเห็นจริง ซึ่งพระธรรมอันบริสุทธิ์ เพื่อความหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในภพชาติด้วยการปฏิบัติตามคำสอนจนรู้แจ้งเห็นจริงในธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้อย่างชัดแจ้ง ดั่งมีหลักฐานยืนยันปรากฏชัดในพระอภิธรรมปิฏก
อนึ่ง การปฏิบัติกรรมฐานที่ยึดถือนำมาปฏิบัติเพื่อความรู้แจ้งนี้ ก็ได้นำมาจากคำสอนของพระพุทธเจ้าในเรื่องการปฏิบัติกรรมฐาน วิธีแห่งกรรมฐานนี้มีมากมายหลายวิธี ซึ่งสุดแล้วแต่จริตของแต่ละบุคคล ย่อมยึดถือเป็นแนวปฏิบัติได้โดยเลือกเอาแต่โดยชอบใจ สิ่งที่ผมได้ยึดถือนำมาเป็นวิธีปฏิบัติกรรมฐานนั้น ได้ใช้หลักของการเพ่งกสิณเป็นอารมณ์ ซึ่งกสิณนี้พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่ามี ๑๐ อย่าง อันได้แก่ ปฐวีกสิณ อาโปกสิณ เตโชกสิณ วาโยกสิณ นีลกสิณ ปีตกสิณ โลหิตกสิณ โอทาตกสิณ อากาศกสิณ อาโลกกสิณ ดังนี้ ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะแก่บุคคลทุกจริต ด้วยอำนาจฌาณที่เกิดขึ้นจากการเพ่งกสิณ ๑๐ นี้ ยังผลให้ได้ฤทธิ์ ๕ อย่าง ฤทธิ์อภิญญาที่เกิดขึ้นนี้ จัดอยู่ในขั้นโลกีย อภิญญา ซึ่งถือว่าเป็นธรรมะขั้นกลางไม่สามารถหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ หากบุคคลผู้ใดต้องการหลุดพ้นเพื่อพระนิพพาน ความดับ จะต้องกระทำตนให้รู้แจ้งเห็นจริงในรูปฌาณ อรูปฌาณ และภาวะแห่งจิตที่เกิดขึ้น ในระดับนี้จะเรียกว่า “กระทำวิปัสสนากรรมฐาน” เพื่อให้หลุดพ้นโดยแท้จริง
จากแนวกรรมฐานปฏิบัติด้วยการเพ่งกสิณเป็นอารมณ์กรรมฐานนี้ (จัดเป็นสมถะกรรมฐาน ซึ่งมีกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในหนังสือของอภิธรรมมหาวิทยาลัย ชื่อ สมถกรรมฐานทีปนี ในปริเฉจที่ ๙ หลักสูตรมัชฌิมอาภิธัมมิกะโท) ผลของการปฏิบัติ ทำให้ผมได้รู้ได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น ได้ทราบว่าบุคคลนั้นกระทำกรรมเช่นไร จะต้องรับผลกรรมเช่นไรในสภาพใด และได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ได้ทรงตรัสสอนไว้ในบาลีต่างๆ ที่ปรากฏ
สิ่งที่ผมได้รู้ได้เห็นนั้น มีมากมาย จากที่ผมไม่เคยรู้ว่าวิญญาณต่างๆ มีสภาพเช่นไร กรรมต่างๆ นั้นจักต้องเสวยกรรมเช่นไร ความสว่างที่ผมได้รับจากการปฏิบัติกรรมฐาน ผมสามารถนำไปเป็นความรู้ เพื่อการสอนแนะนำให้แก่ผู้ที่ยังไม่รู้ได้ว่า ผมศึกษาตามแนวคำสอนของพระพุทธเจ้าและได้รับผลธรรมแห่งการปฏิบัติที่สามารถบรรลุถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า และได้รับผลธรรมแห่งการปฏิบัติที่สามารถบรรลุถึงคำสอนของพระพุทธองค์ในเรื่องการใช้กรรมของสัตว์มนุษย์ที่ต้องรับผลแห่งกรรมจากการกระทำของตนเอง ซึ่งเป็นการพิสูจน์คำสอนของพระพุทธเจ้าว่าที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้ว่า

“กรรมใดนั้นมี สัตว์ใดได้กระทำบาปกรรมอย่างไร ตัวเขานั้น ย่อมได้รับผลแห่งบาปกรรมนั้นในนรกภูมิ บุคคลใดได้กระทำให้รู้ในอริยสัจมรรคผลที่ตถาคตได้กล่าว กรรมทั้งหลายจะไม่เกิดขึ้นแก่เขาผู้นั้น กรรมทั้งหลายจะไม่หวนกลับสู่เขาผู้นั้น ขอเจริญธรรม”

วิญญาณต่างๆ ที่ต้องทุกข์ทรมานในอบายภูมิเพราะว่ากิเลสตัณหานำพาให้กระทำ คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระสมณโคดม ได้ประกาศพระศาสนาแห่งพระองค์ไว้เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีก่อน เพื่อมุ่งหวังให้สัตว์ทั้งหลายได้กระทำตนให้รู้แจ้ง ในหนทางที่พระองค์ทรงค้นพบและชี้แนวได้ ผู้ใดได้ยึดถือปฏิบัติตามคำสอนนั้น ก็จะได้ในผลแห่งธรรมนั้นโดยชัดแจ้งด้วยตน

*หมายเหตุ (สำหรับผู้ที่สนใจคำสอนในเรื่องการปฏิบัติกรรมฐาน อีกทั้งศึกษาภพภูมิต่างๆ ในนรก สวรรค์ สามารถหาซื้อหนังสืออ่าน เพื่อปฏิบัติด้วยตนเองได้ที่อภิธรรมมหาวิทยาลัย วัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี หรือที่อภิธรรมมหาธาตุ วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ )
หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นเพื่อบอกกล่าวมนุษย์ชนทั้งหลาย ให้รู้ว่าบาปบุญคุณโทษนั้นมีจริง ผลแห่งการกระทำไว้มิรู้สูญหาย

บุคคลใดกระทำบาปกรรมเช่นไร เขาผู้นั้นจัดต้องรับผลแห่งกรรมนั้นด้วยผลกรรมอย่างไร นรกภูมินั้นมี สวรรค์ภูมินั้นมี จงแจ้งเถิดคำสอนขององค์พระสมณโคดมได้กล่าวไว้โดยชัดแจ้งแล้ว จงยึดถือนำมาปฏิบัติเป็นอาจิณด้วยวิริยะความเพียร ประดามี
ความรู้ต่างๆ ที่ได้เขียนขึ้นมานี้ ผมได้เขียนจากประสบการณ์ชีวิตจริงที่เกิดขึ้นกับตัวผม โดยไม่มีการเสกสรรปั้นแต่งขึ้นมาแต่อย่างใด ขอท่านผู้อ่านจงมีวิจารณญาณในการอ่าน ขอให้มีสติสัมปชัญญะในการพิจารณาว่า บุคคลนี้ได้ปฏิบัติตามแนวคำสอนของพระสมณโคดมพุทธเจ้า ผลแห่งการปฏิบัติจักให้ผลตอบสนองอย่างไรขึ้นอยู่กับบุญบารมีแต่ละบุคคล

สิ่งใดที่ได้กล่าวอ้างไว้โดยละเอียดในภพภูมิแห่งการเกิดของวิญญาณ ได้มีการกล่าวอ้างคำบางคำที่ไม่แก่มนุษย์ปุถุชน แต่ผมมี ขอจงคิดไว้เถิดว่า บุคคลใดได้กระทำกรรมใด เขาผู้นั้นย่อมรับผลแห่งกรรมนั้นตามบุญบารมีแห่งการปฏิบัติ
สรรพสิ่งใดที่ได้กล่าว ขอกล่าวอ้างคุณครูบาอาจารย์ที่ได้สั่งสอนศิษย์ ให้รู้ว่ากรรมฐานนั้นมีอยู่ เป็นแนวทางที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ ขอผู้ที่ต้องการกระทำตนให้รู้แจ้งว่า ตัวตนนั้นมีสภาพเช่นไร เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพภูมิใด กระทำกรรมเช่นใด สรรพสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมอยู่ในความเปลี่ยนแปรของกรรมภาวะ จงตั้งสติคิดดำริกระทำตนให้รู้แต่บัดนี้ เพื่อยังผลให้เกิดความรู้แจ้งในการปฏิบัติ ได้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดโดยชัดแจ้ง ในผลนี้ผมขอกล่าวคุณครูบาอาจารย์ที่ได้สั่งสอนผมมาให้มีความรู้ทางธรรมะที่ผมระลึกอยู่มิรู้ลืมนั่นคือ อุบาสิกาพิมพา อุ้มปรีชา ผมขอทราบระลึกถึงคุณครูบาอาจารย์ ณ ตรงนี้ ขอความระลึกถึง



ใครที่มีความประสงค์ต้องการจะฝึกกรรมฐานแนวกสิณปฏิบัติ ขอเชิญได้ที่ กุฎิฝึกกรรมฐานประชาชื่น วัดกำแพง บางจาก แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๖๐ โทรศัพท์ (๐๒) ๔๕๗๐๙๕๘

ที่มา :
http://mindcyber.com/home

ไร้คอนเซปต์ ****** ออฟไลน์ ออฟไลน์ เพศ: หญิง พลังสะสม: 2222 ..บางครั้งสิ่งที่เห็น...อาจไม่เป็น...อย่างที่คิด..
กันยายน 17, 2009, 12:37:12 AM
ผลงาน: 1013
....::::MoRe_mOrE::::....
ผู้สนับสนุนบอร์ด
ไร้คอนเซปต์
******

ผลงาน: 1013
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
พลังสะสม: 2222


..บางครั้งสิ่งที่เห็น...อาจไม่เป็น...อย่างที่คิด..

« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 17, 2009, 12:37:12 AM »
วันพฤหัสบดีที่ ๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๓๒

ครั้งที่ ๑
นรกขุมที่ ๗ แดนลงทัณฑ์ ๙ (พระภิกษุตกนรก)
กายธรรมกายของผมพุ่งลงสู่นรกขุม ๗ บรรยากาศรอบ ๆ ตัวผมมีแต่ความมืดสลัว ทั่วบริเวณนั้นมีไอชื้นและมีกลิ่นเหม็นเน่าอับส่งกลิ่นอยู่ทั่วบริเวณนั้น ผมมองไปทางขวาของผมเห็นยมทูตองค์หนึ่งเดินตรงเข้ามาหาผมและหยุดยืนตรงหน้าผม นุ่งผ้าหนักรั้งสีแดงไม่สวมเสื้อ ที่แขนมีผ้าถักสีแดงสวมอยู่ที่แขน หน้าตาดุ และไว้หนวด
“ข้าพระพุทธเจ้าขอรับธรรมทาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ด้วยบารมีพระปกเกล้า ขอถวายบังคมเดชฤทธิ์อิทธิศร ด้วยเกล้าบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมพระพุทธเจ้าข้า” ยมทูต ก้มลงถวายบังคมด้วยความเคารพ
“เราอยากพบพระภิกษุที่ตกนรกอยู่ในขุมนี้สักหน่อย” ผมบอกความประสงค์กับยมทูต
“เชิญทางนี้ พระพุทธเจ้าข้า” ยมทูตพูดพร้อมกับเดินตรงไปข้างหน้า
ทางข้างหน้าที่เดินไป ยังคงเป็นสภาพเดิม บรรยากาศสลัวมืด มีกลิ่นเหม็นสาบคล้ายกลิ่นซากศพ จากทางนี้มองออกไปข้างหน้า มีแสงสว่างพอสลัวอยู่เบื้องหน้า ทางขวาของเส้นทางที่เดินไปมีป้ายปักเอาไว้ว่า “แดนมรณะ” ผมเดินไปอีกสักครู่ก็เห็นยมทูตสององค์กำลังนำตัวพระภิกษุรูปหนึ่งเดินตรงมาทางผม
พระภิกษุรูปนี้สวมจีวรสีเหลือง จากหน้าตาดูคร่าว ๆ ก็ประมาณอายุสักสามสิบกว่าปีเล็กน้อย ที่คอสวมสร้อยประคำ ร่างกายของพระภิกษุรูปนี้ดูอิดโรยและซีดเซียว ที่ตรงหน้าผากมีรอยสักด้วยหมึกแดงว่า “นรกขุม ๗”
“มึงทำกรรมชั่วอะไรเอาไว้บนโลกมนุษย์ มึงพูดไปให้หมด อย่างปิดบังนะมึง” ยมทูตตวาดภิกษุรูปนั้น
“ข้าพระพุทธเจ้าเป็นคนจังหวัดกาฬสินธุ์บวชเป็นพระมาประมาณ ๑๕ ปี กระทำความผิดไว้มากมาย ข้าพระพุทธเจ้าเคยล่อลวงหญิงสาวมาข่มขืนหนึ่งคนและทอดทิ้งเธอไปแล้วข้าพระพุทธเจ้าก็หนีมาบวช แต่เพราะอารมณ์ชั่ววูบทำให้ต้องสร้างบาปเอาไว้ในพระพุทธศาสนา ข้าพระพุทธเจ้าได้ขโมยเงินที่ชาวบ้านนำมาทำบุญไปใช้บำเรอความสุขส่วนตัวไม่สนใจกิจสงฆ์ในพุทธศาสนา ทำให้ข้าพระพุทธเจ้าต้องได้รับทุกข์กรรมเช่นนี้”
“ยังมีอีก มึงว่าไปให้หมด” ยมทูตตะคอกใส่พระภิกษุด้วยเสียงอันดัง
“ข้าพระพุทธเจ้าเคยข่มขืนตัวเองในขณะเป็นพระภิกษุ กรรมนี้ทำให้ข้าพระพุทธเจ้าต้องถูกยมทูตลงโทษให้ใช้มือที่เคยทำข่มขืนตัวเองวันละ ๓ หน และให้กลืนน้ำเชื้อของตัวเองเข้าไป”
“เอาตัวพระรูปนี้ไปลงโทษตามกฎแห่งกรรม เราอยางเห็นสภาพตอนลงโทษเพื่อจะได้นำไปเขียนให้มนุษย์ได้รู้ถึงบาปกรรม”
ยมทูตทั้งสองก็เอาตัวพระภิกษุรูปนี้ไปลงโทษ เมื่อถึงที่ลงโทษยมทูตก็ดึงจีวรออก ทำให้ภิกษุรูปนั้นต้องมีสภาพเปลือยกาย หน้าตาของภิกษุรูปนั้นแสดงถึงความตกใจและหวาดกลัว ยมทูตได้ผลักภิกษุรูปนั้นล้มนอนลงบนพื้นดิน
“มึงทำอย่างที่มึงเคยทำ” ยมทูตออกคำสั่งกับภิกษุรูปนั้น
ภิกษุหนุ่มรูปนั้นก็เอามือทั้งสองข้างจับอวัยวะเพศแล้วทำการข่มขืนตัวเอง จนน้ำเชื้อเคลื่อนออกแล้วภิกษุรูปนั้นก็เอามือป้ายน้ำเชื้อของตนแล้วเอามาเลีย ภิกษุรูปนี้ได้กระทำดังเดิมจนครบ ๓ หน
ทางด้านซ้ายมีสุนัขยืนอยู่ตัวหนึ่ง ตัวสูงเหนือเข่าเล็กน้อย ขนสีน้ำตาล ตาสีมันวาว ท่าทางดุร้าย มันได้วิ่งเข้าหาพระภิกษุรูปนั้นแล้วกัดอวัยวะเพศ
“โอ๊ย ๆ กลัวแล้วครับ ผมกลัวแล้วครับ” ภิกษุรูปนั้นร้องขึ้นด้วยเสียงอันดังและดิ้นไปดิ้นมาด้วยความเจ็บปวดและทรมาน อวัยวะเพศของพระภิกษุรูปนั้นถูกสุนัขกัดจนเหลวแหลก
แล้วยมทูตก็นำตัวสุนัขตัวนั้นจากไป เสียงพระภิกษุร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดและทรมานอย่างยิ่ง น้ำตารินไหลออกมาอาบแก้ม ยมทูตได้นำตัวภิกษุรูปนี้จากไปจากที่นี่ ผมเดินตามยมทูตไปจนถึงที่แห่งหนึ่ง ยมทูตก็ได้ผลักภิกษุรูปนั้นลงบนพื้น เบื้องหน้ามีแสงรัศมีสีน้ำตาลแผ่เป็นแสงสว่างออกมารอบ ๆ เมื่อรัศมีได้ส่องมาถูกตัวพระภิกษุรูปนั้น ภิกษุรูปนั้นก็ดินทุรนทุรายเหมือนได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ได้ส่งเสียงครวญครางอย่างโหยหวน เมื่อผมเพ่งไปในใจกลางรัศมีนั้นก็มองเห็นเป็นผลึกสีชาก้อนใหญ่วางอยู่บนหิน
“ยมทูต ทำไมพระรูปนี้รับรับกรรมแบบนี้หละ” ผมถามยมทูต
“ภิกษุรูปนี้ ไม่ปฏิบัติตามวินัยสงฆ์ ต้องอาบัติ จึงต้องได้รับกรรมเช่นนี้พระพุทธเจ้าข้า”
ยมทูตได้นำตัวภิกษุรูปนี้เดินตรงไปอีก สภาพข้างหน้าที่ปรากฏอยู่นั้นเป็นบ่อน้ำกรดหลายบ่อ มีคนอยู่ในบ่อมากมายในบริเวณนั้น ยมทูตได้ทิ้งตัวภิกษุรูปนั้นลงไปบนพื้นแล้วร้องสั่ง
“มึงเอามือแช่ลงไปในบ่อเดี๋ยวนี้ อย่าเอาขึ้นมาก่อนกูจะสั่งนะมึง” ยมทูตสั่งด้วยความเฉียบขาด
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังอยู่ทั่วบริเวณนั้น ทุกคนกำลังถูกยมทูตลงโทษอยู่ บางคนที่เอามือแช่ลงไปในบ่อได้รับความเจ็บปวดจนร้องออกมาด้วยเสียงอันดังและโหยหวน ตาเหลือกขึ้น หน้าตาบูดเบี้ยว เนื้อที่ติดกับกระดูกก็ละลายไปกับน้ำกรดเหลือแต่โครงกระดูกสีขาวโพลน
ภิกษุรูปนี้ถูกให้ใช้กรรมที่เขาได้นำเงินอันเป็นทรัพย์สินที่ประชาชนบริจาคให้กับวัดไปใช้ จึงต้องได้รับกรรมอย่างนี้
ความเจ็บปวดที่วิญญาณได้รับ เสียงร้องที่ดังโหยหวนเพราะความเจ็บปวดสภาพทุกขเวทนา มันเป็นผลกรรมที่ต้องได้รับ ผลแห่งกรรมที่ตนได้กระทำขึ้นมาเองทั้งสิ้น
“ยมทูต เอาตัวภิกษุรูปนี้ขึ้นมาซิ”
ยมทูตก็เอาตัวภิกษุรูปนั้นมาอยู่ตรงหน้าผม สภาพของภิกษุรูปนี้เสมือนซากศพเดินได้ก็ไม่ปาน
“เราอยากจะให้เธอบอกถึงความรู้สึกที่ต้องรับผลกรรมในนรกขุมนี้”
“มันสุดแสนจะทรมาน ข้าวก็ไม่ได้กิน ได้กินแต่ขี้วันละ ๕ ขัน ไม่กินก็ไม่ได้ ยมทูตก็บังคับ” ภิกษุบอกถึงความรู้สึกด้วยน้ำตานองหน้า
“เอาหล่ะ เมื่อเธอสารภาพความจริง ซึ่งก็ตรงตามที่บัญชาบ่งเอาไว้ เธอจะได้รับการผ่อนโทษนะ และเราจะแบ่งบุญให้เธอด้วย จงพนมมือขึ้น”
“เราขอแบ่งบุญให้แก่วิญญาณตนนี้…”
ฉับพลันนั้น เบื้องหน้าของภิกษุรูปนี้ก็มีอาหารวางอยู่ตรงหน้าพร้อมกับน้ำ นี่เป็นผลบุญที่วิญญาณตนนี้ได้รับตามที่ผมอธิษฐานไว้ด้วยความดีที่ภิกษุรูปนี้ได้สารภาพถึงบาปกรรมที่ตนได้ก่อขึ้นโดยไม่ปิดบัง จึงได้รับการใช้โทษให้ไปรับกรรมในนรกขุม ๔ ต่อไป
ไร้คอนเซปต์ ****** ออฟไลน์ ออฟไลน์ เพศ: หญิง พลังสะสม: 2222 ..บางครั้งสิ่งที่เห็น...อาจไม่เป็น...อย่างที่คิด..
กันยายน 17, 2009, 12:40:59 AM
ผลงาน: 1013
....::::MoRe_mOrE::::....
ผู้สนับสนุนบอร์ด
ไร้คอนเซปต์
******

ผลงาน: 1013
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
พลังสะสม: 2222


..บางครั้งสิ่งที่เห็น...อาจไม่เป็น...อย่างที่คิด..

« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 17, 2009, 12:40:59 AM »
วันอังคารที่ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๓๒

ครั้งที่ ๒

นรกขุม ๒ แดนลงทัณฑ์ (คดีลามก)


กายธรรมกายของผมปรากฏอยู่ท่ามกลางต้นไม้สูงใหญ่ หลายๆ ต้น ต้นไม้นี้เป็นต้นไม้กลปลูกขึ้นเพื่อป้องกันวิญญาณหลบหนีเหนือขึ้นไปบนกิ่งไม้ยังมี “อีกาปากเหล็ก” เกาะอยู่ ผมเดินออกจากต้นไม้กลนี้ตามเครื่องหมายที่ปรากฏบนต้นไม้
เมื่อผมเดินพ้นออกมา เบื้องหน้าผมมียมทูตยืนอยู่สององค์ ยมทูตสององค์นี้สวมกางเกงขาสั้นสีกากี ไม่สวมเสื้อ รูปร่างบึกบึน มีผมสีทองออกน้ำตาล ไว้หนวดเครามีขนขึ้นอยู่บริเวณหน้าอก ที่แขวนขวาของยมทูตจะมีเครื่องหมายบอกไว้ว่าอยู่นรกขุมไหนที่คอและเท้ามีห่วงเหล็กคล้องอยู่บนคอและข้อเท้า ห่วงเหล็กจะแสดงถึงยศของยมทูต ยมทูตแต่ละชาติจะถืออาวุธและมีเครื่องหมายบอกยศไม่เหมือนกัน การแต่งกายในแต่ละองค์ก็จะผิดกันยมทูตอีกองค์หนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นผมดำหยิกเหมือนนิโกร ที่หน้าอกมีเส้นขนขึ้นเป็นกลุ่มอยู่ทั่วไป และแต่งกายด้วยเครื่องแบบเดียวกันกับยมทูตองค์ที่ยืนข้างๆ ยมทูตทั้งสององค์นี้เป็นยมทูตประเทศอังกฤษ และถืออาวุธเป็นหอกยาวเหน็บอาวุธด้วยเหล็กเรียกว่า “ปืนยาวไร้วุทธ์”
ข้างๆ ของยมทูตมีผู้หญิงสองตน มีชื่อว่า “ผีลามก” เป็นผีที่มืออวัยวะเพศใหญ่เกินตัว ผีทั้งสองตัวกำลังคุกเข่าชันมือชันเข่ากับพื้นดิน ผีหญิงตัวหลังกำลังใช้ลิ้นเลียอวัยวะเพศของผู้หญิงตนข้างหน้า ความรู้สึกของผีทั้งสองตนในตอนนี้กำลังเมามันกับความทุกข์ของตน เขาได้รับกรรมทาสเสมือนหนึ่งดังตัวเองได้เข้าไปร่วมเพศกับเพศชายจริงๆ เพราะกรรมเก่าที่เขาได้เคยทำในอดีตเขาทั้งสองจะเป็นผีที่มีอวัยวะเพศใหญ่ยาวในลักษณะของเพศหญิงเพราะเขาได้ร่วมเพศกับเพศเดียวกันกับตน
อดีตชาติของหญิงสองตนนี้ เป็นผู้หญิงที่มีอาชีพขายบริการให้กับขายกลัดมันที่เข้ามาเที่ยวหาความสุขกับตน หญิงทั้งสองตนนี้ได้สร้างกรรมหนักไว้กรรมชายหลายคน เขาได้แพร่กระจายเชื้อโรคจากกายของตนเข้าสู่ร่างกายผู้อื่นด้วยการร่วมเพศและแพร่พันธุ์เชื้อให้เขา
เขาได้ถูกลงโทษในนรกขุมนี้อยู่นาน จนกว่าเขาจะพ้นกรรมนั่นเป็นบาปกรรมที่พวกเขาได้รับเนื่องจากกรรมลามก
จากการลงทัณฑ์ในที่นี้เขาจะถูกนำตัวไปที่อื่นอีกตามกำหนดกรรมที่กำหนดไว้ ผมเดินตามไปเรื่อย ๆ ยมทูตได้นำวิญญาณสองตนไปสู่สระน้ำกว้างใหญ่มีชื่อบอกว่า “สระกาเม” ผีทั้งสองตนนี้เมื่อเห็นสระน้ำต่างก็วิ่งลงไปเล่นน้ำด้วยความไม่รู้ว่าน้ำนั้นเป็นอย่างไร เขาได้ถูกน้ำกรดในน้ำกัดกินร่างกายจนขาดวิ่น เขาทั้งสองได้โผล่ขึ้นมาจากน้ำด้วยความทุรนทุราย บนใบหน้าของพวกเธอได้แสดงถึงความบูดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดอันสุดจะทนและได้ร้องออกมาอย่างสุดเสียง ผิวหนังของพวกเธอถูกกัดกินด้วยการกัดของกรดในน้ำจนแหลกเหลว เมื่อผีทั้งสองรู้สึกตัวเช่นนั้นต่างก็กระเสือกกระสนหนีอย่างสาละวน โดยหารู้ไม่ว่าการลงทัณฑ์นี้เขาไม่สามารถหลบหนีได้แม้มีชั่วเวลาว่าง รูปร่างที่ออกมาใหม่ของพวกเธอ ผมเห็นแล้วแทบจะวิ่ง ดวงตาเธอหลุดออกมานอกเบ้าปากของเธอ หูของเธอ ขาของเธอ ขาดหายไปจากร่าง ไม่รู้ว่าหายไปไหน แต่ผมสันนิษฐานว่าคงจะถูกน้ำกรดกัดกินจนหมดแล้ว นี่เป็นความคิดเห็นของผม ผมออกจากแดนนี้ไปด้วยความรู้สึกหดหู่ ใจคิดว่าเขาจะพ้นกรรมเมื่อไหร่ สักวันหนึ่งคงไม่นาน… เขาทั้งสองคนพ้นกรรมในเร็ววัน
เขาทั้งสองได้ถูกไฟนรกในขุมนี้เผาลายร่างกายจนหมด เถ้าถ่านเหลืออยู่บอกได้เพียงว่ากองนี้เป็นของใคร เพราะไฟนรกนั้นเป็นไฟกรดที่มีอำนาจกรรมบังคับอยู่ ไม่อาจบอกได้ว่ามีอานุภาพเพียงใด ผมเดินตามยมทูตไปอีก เธอทั้งสองถูกนำตัวไปในบ่อซึ่งหนอนอยู่เต็ม หนอนแต่ละตัวนี้มีความยาวห้านิ้วคน ความยาวของหนอนนี้จะทำให้ร่างกายของคนหดสั้นเข้าด้วยน้ำลาย ของหนอนนี้ (หนอนนี้เมื่อเกาะคนก็จะคายน้ำลายออกมาตามร่างกาย) คนที่ถูกหนอนนี้เกาะจะมีสภาพเหมือนเปรตไม่มีผิด เน่าเปื่อยไม่มีเหลือ บาปกรรมที่ได้ก่อได้ชดใช้กับตอนนี้ ใครหนอ…. กล่าวว่าบาปกรรมนั้นไม่มี ผมว่าบาปกรรมนั้นมี แต่มีใครเล่าจะรู้ว่ามันมีเช่นไร ไปไหน และในสภาพใด (นี้เป็นคำพูดที่ผมกล่าวไว้เพียงผู้เดียว)
“สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นไปตามกฎแห่งกรรม ไม่มีผู้ใดหลีกหนีไปได้”


วันพุธที่ ๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๒
ครั้งที่ ๓
นรกขุม ๖ แดนลงทัณฑ์ ๔ (คดีลามก)
กายธรรมกายในกายมนุษย์ยืนอยู่ข้างล่างบนพื้นพิภพยมโลก ในนรกขุมนี้ผมยืนอยู่เบื้องล่างพร้อมกับยมทูตสององค์ ยมทูตสององค์ที่ยืนอยู่ข้างผมมีลักษณะเหมือนยมทูตทั่วไปแต่มีผมสีทอง เมื่อผมมองไปที่ตายมทูตมองไม่เห็นแววตาที่เขามอง เนื่องจากกรรมที่เขาได้ทำไว้บนพื้นมนุษย์ตั้งแต่ครั้งในอดีต นี่เป็นกรรมที่เขาต้องได้รับภพนี้ ยมทูตองค์นี้ไม่สวมเสื้อ ร่างกายกำยำ บึกบึนด้วยกล้ามอย่างได้สัดส่วน โดยถือปืนยาวเป็นอาวุธ มีผมสีทองไว้หนวดดกยาวหน้าตาดุเหี้ยมเพราะจะต้องลงโทษวิญญาณอยู่เสมอ
ยมทูตที่ยืนอยู่สององค์กำลังลงทัณฑ์วิญญาณคู่หนึ่งอยู่ เป็นผู้ชายหนึ่งและเป็นผู้หญิงหนึ่ง ทั้งสองกำลังได้รับกรรมที่เขากระทำอยู่บนพื้นพิภพ อาการของคนทั้งสองอยู่ในลักษณะซ้อนกายด้วยเพศ (เป็นการร่วมเพศของสัตว์ในนรก) เขาทั้งสองได้ร่วมเพศกันด้วยอาการเมามันและเหนื่อยอ่อน
“ยมทูต เราต้องการเอาอาการของชายหญิงสองตนนี้มาร่วมบันทึกในบาปกรรมของมนุษยธรรมที่เราบันทึกไว้ในหนังสือบาปกรรม (เป็นหนังสือที่รวมเรื่องราวต่าง ๆ ในนรกไว้หมด) เนื่องจากเราได้รับพระบัญชาจากองค์มหาเทพให้แต่งหนังสือจากการปฏิบัติกรรมฐานส่วนตัว เรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ที่ทำบาปกรรมและตกนรกใดไว้บนโลกมนุษย์ เพื่อเป็นอุทธาหรณ์สอนใจมนุษย์ที่คิดจะทำบาป จะได้รู้ตัวว่าทำไปแล้วจะได้รับผลกรรมเช่นไร”
“เราต้องการทราบเรื่องของเธอที่เธอทำไว้บนโลกมนุษย์จ๊ะ” ผมถามวิญญาณหญิง
“เกล้าหม่อมฉันกล่าวคำสัตย์คำกล่าวที่เกล้าหม่อมฉันจะกล่าวต่อไปนั้น ขอกล่าวด้วยความสัตย์จริงหากเท็จแม้แต่คำเดียวขอให้อายตนะในกายเกล้าหม่อมฉันนี้สิ้นสลายไป ณ บัดนี้เทอญ สาธุ เกล้าหม่อมฉันขอกล่าวคำสัตย์”
“เกล้าหม่อมฉันได้ทำกรรมหนักไว้กับตน เนื่องจากเกล้าหม่อมฉันและเพื่อนชายคนนี้เป็นคนมีกรรมหนักเนื่องจากเกล้าหม่อมฉันทั้งสองได้ร่วมกันก่อกรรมในทางเพศเพราะกรรมเก่ามากระทำ ดังนั้นเกล้าหม่อมฉันทั้งสองจึงได้ร่วมกันทำกรรมในครั้งนี้”
“เกล้าหม่อมฉันได้กล่าวคำสัตย์ครั้งนี้ด้วยความเกรงกลัวในบาปแห่งตนครั้งนี้ เกล้าหม่อมฉันเคยประมาทกับตนทำให้ตนเองรับทุกข์กรรมอยู่ในเช่นนี้”
เมื่อสัตว์นั้นได้กล่าวกรรมเช่นนั้นแล้ว ผมเห็นว่ากรรมนั้นสมควรจะช่วยได้จึงช่วยไป สัตว์ตนนี้ได้กล่าวคำจริงในความจริงที่ตนไดกระทำสิ้น ดังจากความจริงที่ปรากฏ
“เกล้าหม่อมฉันเป็นเพศหญิงมีกรรม เนื่องจากเกล้าหม่อมฉันเป็นหญิงลามกอาศัยร่างกายหลอกชายหลายคน รวมทั้งชายคนนี้เข้ามาร่วมเพศกับตนแล้วหลอกเอาเงินเขาด้วยการใช้เพศเข้าล่อ ทำให้เขาลุ่มหลง เกล้าหม่อมฉันจึงต้องตกนรกขุมนี้”
“ข้าพระพุทธเจ้าได้สร้างกรรมเวรไว้หนัก” ผีผู้ชายหันมาตอบคำถาม
“เธอได้สร้างกรรมเวรไว้หนักเนื่องจากกรรมอะไร”
“เนื่องจากข้าพระพุทธเจ้าได้สมสู่กับหญิงตนนี้ อาศัยความเป็นชายทำลายร่างเธอ”
“เธอจงจำไว้ แม้เธอกระทำผิดเพียงนี้ แต่ด้วยความเมตตาของสวรรค์ได้มีบัญชาราชให้ตัวเรารับหน้าที่ช่วยเหลือพวกเธอพ้นจากขุมนรก จากการสอบถามบัญชีกรรมที่ตัวเธอได้รับและการกระทำของเธอกับการแสดงออกของเธอว่ามีความเป็นจริงเช่นไร หากแม้มีความเป็นจริงเราสามารถช่วยเธอให้พ้นจากขุมนรกนี้ได้ หากไม่มีความจริงโดยเธอโกหกมดเท็จ เธอจะได้รับกรรมตอบแทนเพิ่มสองเท่า เข้าใจไม๊”
ชายคนนี้ได้สมสู่กับเพศสมรส (แปลว่าได้สมสู่กับเพศที่มีตัวตนด้วยความเป็นเจ้าของ) และได้ใช้อำนาจกรรมกายที่เกิดกับตนเข้าร่วมการกระทำนั้นโดยมิชอบ และได้สร้างความทรมานด้วยความงามในร่างกายของตน นี่เป็นกรรมที่เขาจะต้องได้รับ
ในกรรมเก่าของชายคนนี้ ชาติหนึ่งมีส่วนช่วยให้สวรรค์สงบ แต่จากการกระทำของเขาในบางชาติเขาได้กระทำบาปไว้ และได้มีการติดสินใช้โทษไป เขาจึงต้องรับผลกรรมนั้นอยู่ก่อนจนเขาได้รับตนกรรม (กรรมที่ตัวเองทำขึ้น) สามชาติ จากนั้นเขาจะต้องจบชีวิตด้วยการเป็นเพศดิถี (ชายที่มีสองเพศ) ในภพมนุษย์สองเพศ มนุษย์ผู้นี้คงจะต้องถูกทรมานด้วยกรรมทัณฑ์ไปอีกนาน จนกว่าพระศรีอารย์มาตรัสบนโลกมนุษย์จึงจะพ้นกรรมนั้นได้
จากที่ที่ผมยืนอยู่นี้ ผมอาศัยแสงสว่างที่พอมองเห็นเดินไปตามทางที่เห็นด้วยความระมัดระวัง อากาศรอบ ๆ หนาวเย็นอย่างรู้สึกได้ ผมเดินไปถึงจุดลงทัณฑ์ที่สอง ผมเห็น “แดนต้นงิ้ว” ขึ้นอยู่เบื้องหน้าที่ข้าง ๆ นั้นมีเจ้าหน้าที่ยมทูตหนึ่งองค์นั่งอยู่กับโต๊ะ บนโต๊ะนั้นมีสมุดเล่มใหญ่วางอยู่หนึ่งเล่มพร้อมกับขนนกสำหรับเขียนเสียบอยู่ในที่เสียบ ยมทูตที่นำวิญญาณทั้งสองไปข้าง ๆ โต๊ะ มียมทูตองค์หนึ่งแยกตัวไปลงบันทึกในสมุดเล่มนั้นและย้อนกลับมาพร้อมกับนำวิญญาณทั้งสองไปลงโทษ
วิญญาณทั้งสองได้ถูกนำตัวไปยืนใต้ต้นงิ้วต้นหนึ่ง ยมทูตสั่งให้วิญญาณทั้งสองปีนขึ้นไปบนต้นงิ้ว ต้นไม้งิ้วแต่ละต้นมีวิญญาณชายหญิงเปลือยกายกำลังปีนป่ายบนต้นงิ้วอยู่มากมายหลายตน วิญญาณบางตนถูกหนามของต้นงิ้วเสียบทะลุกลางอกตายคาต้นงิ้วก็มี และก็มี “อีกาปากเหล็ก” หลายตัวบินโฉบเข้าจิกตีตามร่างกายวิญญาณเหล่านั้นจนร่วงตกลงสู่พื้นและยมทูตก็เอาน้ำทิพย์ที่ถืออยู่เข้าพรมไปตามร่างกาย สักครู่วิญญาณเหล่านั้นก็ฟื้นกลับขึ้นมา วิญญาณเหล่านี้จะถูกลงโทษเช่นเดิมอีกจนกว่าจะหมดกรรม ถ้าหากวิญญาณไม่กล้าปีนขึ้นไปยมทูตก็เอาปืนยิงไล่ (ยมทูตต่างชาติให้ปืนเป็นอาวุธ-ตามแต่ตนมี) ในส่วนการลงโทษนี้เป็นการลงโทษวิญญาณชาติอื่น
ต้นงิ้วเหล่านี้ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยธาตุทิพย์จึงมีความพิเศษและแตกต่างไปจากต้นไม้ธรรมดา คือจะเจริญงอกหนามแหลมได้เองดั่งมีชีวิต ด้วยเหตุนี้วิญญาณที่ปีนป่ายขึ้นต้นงิ้วจึงถูกหนามแหลมของต้นงิ้วทิ่มแทง
วิญญาณทั้งสองที่ถูกนำตัวมาลงโทษนี้ก็ได้รับกรรมเช่นเดียวกันนี้ทุกคน จากการลงทัณฑ์นี้ผมได้เดินตามยมทูตไปอีก ในระหว่างทางมีเสียงครวญครางของ วิญญาณและเสียงด่าอย่างหยาบ ๆ ของยมทูตสลับกันสักครู่ก็ถึงที่ ๆ หนึ่ง
ที่แห่งนี้คือ “แดนกระทะทองแดง” มีกะทะขนาดใหญ่อยู่มากมาย มีไฟสุมเป็นเชื้อเพลิงอยู่ข้างใต้กะทะไฟที่ลุกโชนอย่างร้อนแรง อนึ่งไฟนี้เป็นไฟกรดที่มีเฉพาะในยมโลก มีวิญญาณหลายตนตกอยู่ในกะทะมากมายวิญญาณบางตัวพยายามปีนป่ายออกนอกกะทะ แต่ก็ถูกยมทูตคอยไล่ให้กลับเข้าไปในนั้นมีแต่การลงโทษไม่มีการปราณี จะหนีก็หนีไม่ได้ ตกอยู่ในสภาพที่แสนจะทุกข์ทรมาน ผิวหนังลอกเปื่อยออกมาต่างร้องให้ครวญครางเสียงระงม วิญญาณบางตัวก็หมดสติจมลงไปในน้ำเดือด ยมทูตก็เอาตัววิญญาณนั้นออกมาและพรมน้ำมนต์ เพื่อให้วิญญาณนั้นฟื้นและยมทูตก็จะนำตัวเขาไปลงโทษอีก วิญญาณที่ยมทูตนำตัวมาพร้อมกันนั้นก็ถูกยมทูตบังคับให้ลงไปในกะทะเช่นกัน แม้เขาจะมีการลงทัณฑ์ก็ตาม ยมทูตก็มีความปรานีให้เขาได้พักในยามที่ไม่มีการลงทัณฑ์
สภาพของวิญญาณต่าง ๆ ที่ถูกลงโทษนั้น เกิดจากบาปกรรมในความลามกของตนเอง ฉะนั้นขอให้ผู้ที่กระทำกรรมชั่วไว้ จงรีบสร้างบุญและอย่าทำกรรมชั่วสวรรค์ก็จะลดโทษให้แก่ผู้นั้น ให้รับโทษเบาบาง
“ดวงตาสวรรค์นั้นมี” สามารถเห็นการกระทำของมนุษย์อยู่ทุกเมื่อ จงอย่าคิดว่าสิ่งที่ตนทำนั้นไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น ขอให้คิดเสียใหม่ว่ากรรมนั้นมี มีตัวตนจริง


ไร้คอนเซปต์ ****** ออฟไลน์ ออฟไลน์ เพศ: หญิง พลังสะสม: 2222 ..บางครั้งสิ่งที่เห็น...อาจไม่เป็น...อย่างที่คิด..
กันยายน 17, 2009, 12:52:41 AM
ผลงาน: 1013
....::::MoRe_mOrE::::....
ผู้สนับสนุนบอร์ด
ไร้คอนเซปต์
******

ผลงาน: 1013
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
พลังสะสม: 2222


..บางครั้งสิ่งที่เห็น...อาจไม่เป็น...อย่างที่คิด..

« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 17, 2009, 12:52:41 AM »
 ร้องไห้ ไม่ไหวแล้วอ่ะ...อ่านไปก็กลัวเอง... ฮือๆ

ก็เอามาจาก http://www.dhammakid.com/board/index.php?topic=2206.0 เวปนี้นะคะ

ถ้าใครอยากอ่านต่อก็เข้าไปอ่านเองเน้อ เพราะข้าพเจ้ากลัวจริงๆ ...

แค่คิดว่าความผิดที่เคยทำจะโดนลงโทษยังไงในนรกก็รู้สึกแย่มากมาย

ถ้าทำได้ ก็จะขอไม่สร้างเวรสร้างกรรมอีก อย่าผิดทั้งศีลทั้งธรรม อย่าพลาดสร้างเวรกรรมอะไรอีกเลย  สาธุ
ไร้คอนเซปต์ ****** ออฟไลน์ ออฟไลน์ เพศ: ชาย พลังสะสม: 1606 ~:GodLight:~
กันยายน 20, 2009, 01:47:05 AM
ผลงาน: 1625
~:GodLight:~
๛ DJ.ArT2Be Radio ๛
ไร้คอนเซปต์
******

ผลงาน: 1625
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
พลังสะสม: 1606


~:GodLight:~

เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 20, 2009, 01:47:05 AM »
ยาวไปนิสนึงนะ..

 ทุบๆ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!