พฤษภาคม 27, 2020, 10:18:08 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลไม่รู้ว่าใคร กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ช่วยแปล eng ให้หน่อยคับ  (อ่าน 2076 ครั้ง)
peeake
สิงหาคม 27, 2010, 11:45:33 AM
ผลงาน: 0
peeake
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« เมื่อ: สิงหาคม 27, 2010, 11:45:33 AM »
Aggression and bullying pose a significant threat to healthy and positive school
experiences. Notably, every school and community carries its own expectations, norms,
and cultural needs. The combination of the many forms of aggression and specific needs
of every community makes finding universal solutions to bullying very difficult.
Bullying and aggression among very young children should be considered a serious issue
due to the many negative and long-lasting effects that can occur for children. Paley
(1992) describes the emergence of relational aggression among young children:
By kindergarten, however, a structure begins to be revealed and will soon  ซึ้งจัง
be carved in stone. Certain children will have the right to limit the social
experiences of their classmates. Henceforth, a ruling class will notify
others of their acceptability, and the outsiders learn to anticipate the sting
of rejection. Long after hitting and name calling have been outlawed by
teachers, a more damaging phenomenon is allowed to take root, spreading
like a weed from grade to grade, (p. 3)
Early aggression between peers can therefore act as a catalyst for long-lasting social,
psychological, and academic problems.
Twemlow and Sacco (2008) write, "The key to preventing bullying is to include
specific activities and messages as organic parts of the educational process the students
are already involved in, appropriate to their developmental needs" (p. 43). As middle
school and high school environments have been widely studied in bullying literature with
regard to prevention, it is important to search for additional insight that can be gained by
studying aggression in younger populations. As these younger populations lack
sophisticated verbal skills to mediate aggressive impulses, the organic medium of play
may reveal the communication and peer relationships, including the developmental status
of aggressors and victims.
I studied aggression in play in two preschool classrooms in order to examine the
relationship between these two variables. I observed and coded levels of play (i.e.,
nonplay, exploratory play, functional play, constructive play, and imaginative play) based
on psychological and developmental theory and research (e.g., Fein, 1981; Frost,
Waltham, & Reifel, 2008; Malone, 2006; Smilansky, 1968) and levels of aggression (e.g.,
Crick, 1997; Crick, Casas, & Mosher, 1997; Paley, 1992; Underwood, 2003). First, it
was necessary to determine whether these categories of behaviors existed in these
classrooms. Once I determined that they existed, I then focused on the different
combinations of participant behaviors. Better understanding of these variables may
contribute to existing research on bullying, aggression, and play in the preschool
population.
 ซึ้งจัง ซึ้งจัง ซึ้งจัง ซึ้งจัง แปะๆ แปะๆ
LOMEO3
กันยายน 04, 2010, 12:23:26 PM
ผลงาน: 0
LOMEO3
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 04, 2010, 12:23:26 PM »
ก้าวร้าวและ bullying ก่อภัยคุกคามที่สำคัญในโรงเรียนสุขภาพและบวก
ประสบการณ์ ยวดทุกโรงเรียนและชุมชนดำเนินความคาดหวังของตนเองบรรทัดฐาน,
และความต้องการทางวัฒนธรรม การรวมหลายรูปแบบของการรุกรานและเฉพาะความต้องการ
ของชุมชนทุกคนช่วยให้การค้นหาโซลูชันสากลเพื่อ bullying ยากมาก
Bullying และก้าวร้าวในเด็กเล็กมากควรพิจารณาเป็นเรื่องร้ายแรง
เนื่องจากผลกระทบและยาวนานมากที่อาจเกิดขึ้นสำหรับเด็ก Paley
(1992) อธิบายการเกิดการรุกรานสัมพันธ์ระหว่างเด็ก :
โดยอนุบาล แต่โครงสร้างเริ่มที่จะพบและจะเร็ว
บุ๋มหิน เด็กบางจะมีสิทธิวงเงินสังคม
ประสบการณ์ของเพื่อนร่วมชั้นของ ต่อไปเป็นชั้นปกครองจะแจ้งให้
การยอมรับของผู้อื่นและบุคคลภายนอกเรียนรู้ที่คาดหวังต่อย
การปฏิเสธ ยาวหลังจากเข้าสู่และการเรียกชื่อผิดกฎหมายโดยได้รับ
ครูเป็นปรากฏการณ์เสียหายมากได้รับอนุญาตให้ใช้รากกระจาย
เช่นวัชพืชจากเกรดให้เกรด (หน้า 3)
ก้าวร้าว Early ระหว่างเพื่อนจึงสามารถทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับยาวนานสังคมได้
ปัญหาและการศึกษาทางจิตวิทยา
Twemlow และ Sacco (2008) เขียน"กุญแจสำคัญในการป้องกัน bullying คือการรวม
กิจกรรมเฉพาะและข้อความเป็นส่วนอินทรีย์ของการศึกษานักเรียน
มีส่วนร่วมอยู่ในที่เหมาะสมกับความต้องการการพัฒนาของ"(p. 43) . ในฐานะกลาง
โรงเรียนและสภาพแวดล้อมในโรงเรียนได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวางใน bullying วรรณคดีกับ
เรื่องการป้องกันเป็นสิ่งสำคัญในการค้นหาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมที่สามารถได้รับโดย
การศึกษาในประชากรเด็กก้าวร้าว เป็นประชากรเด็กเหล่านี้ขาด
ทักษะการพูดความซับซ้อนในการไกล่เกลี่ยแรงกระตุ้นก้าวร้าวสื่ออินทรีย์เล่น
อาจพบการสื่อสารและความสัมพันธ์ของเพื่อนรวมถึงสถานะการพัฒนา
การรุกรานและผู้ประสบภัย
ผมเรียนก้าวร้าวในการเล่นในห้องเรียนอนุบาลสองเพื่อตรวจสอบ
ตัวแปรความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง ผมสังเกตและเขียนระดับ play (i.e. ,
nonplay เล่นสำรวจ, เล่นทำงานเล่นสร้างสรรค์และจินตนาการเล่น) ตาม
ทฤษฎีทางจิตวิทยาและการพัฒนาและวิจัย (เช่น Fein, 1981; Frost,
Waltham, และ Reifel, 2008; Malone, 2006; Smilansky, 1968) และระดับของความก้าวร้าว (เช่น
Crick, 1997; Casas Crick,, และ Mosher, 1997; Paley, 1992; Underwood, 2003) แรกก็
มีความจำเป็นเพื่อตรวจสอบว่าประเภทเหล่านี้มีอยู่ในพฤติกรรมเหล่านี้
ห้องเรียน เมื่อฉันเห็นว่าพวกเขามีอยู่ก็แล้วเน้นที่แตกต่าง
การรวมของพฤติกรรมผู ความเข้าใจที่ดีขึ้นของตัวแปรเหล่านี้
สนับสนุนการวิจัยที่มีอยู่ใน bullying, ก้าวร้าวและเล่นในโรงเรียนอนุบาล
ประชากร
mareao
กันยายน 08, 2010, 12:29:10 PM
ผลงาน: 0
mareao
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 08, 2010, 12:29:10 PM »
ความก้าวร้าวและพวกอันธพาล ก่อภัยคุกคามที่ส่งผลสำคัญต่อสุขภาพและยังส่งผลต่อประสบการณ์ด้านบวกในโรงเรียนนั้นๆอีกด้วย เราจะสังเกตุได้ว่าทุกโรงเรียนและชุมชนต่างๆนี้จะมีการดำเนินการตามความคาดหวัง บรรทัดฐาน และความต้องการทางวัฒนธรรมของตนเอง จึงมีการรุกรานหลากหลายรูปแบบรวมกันอยู่และความต้องการของชุมชนต่างๆก็ทำให้เราแก้ปัญหาด้านการถูกรังแกได้ยากมาก ความอันธพาลและความก้าวร้าวในเด็กนั้นเราควรจะหยิบยกมันขึ้นมาเป็นประเด็นที่สำคัญประเด็นหนึ่ง เนื่องจากผลกระทบในระยะยาวของมันอาจส่งผลรุนแรงมากขึ้นในยามที่เด็กเหล่านั้นโต

ขอแปลเท่านี้ก่อนละกัน

Paley
(1992) describes the emergence of relational aggression among young children:
By kindergarten, however, a structure begins to be revealed and will soon  ซึ้งจัง
be carved in stone. Certain children will have the right to limit the social
experiences of their classmates. Henceforth, a ruling class will notify
others of their acceptability, and the outsiders learn to anticipate the sting
of rejection. Long after hitting and name calling have been outlawed by
teachers, a more damaging phenomenon is allowed to take root, spreading
like a weed from grade to grade, (p. 3)
Early aggression between peers can therefore act as a catalyst for long-lasting social,
psychological, and academic problems.
Twemlow and Sacco (2008) write, "The key to preventing bullying is to include
specific activities and messages as organic parts of the educational process the students
are already involved in, appropriate to their developmental needs" (p. 43). As middle
school and high school environments have been widely studied in bullying literature with
regard to prevention, it is important to search for additional insight that can be gained by
studying aggression in younger populations. As these younger populations lack
sophisticated verbal skills to mediate aggressive impulses, the organic medium of play
may reveal the communication and peer relationships, including the developmental status
of aggressors and victims.
I studied aggression in play in two preschool classrooms in order to examine the
relationship between these two variables. I observed and coded levels of play (i.e.,
nonplay, exploratory play, functional play, constructive play, and imaginative play) based
on psychological and developmental theory and research (e.g., Fein, 1981; Frost,
Waltham, & Reifel, 2008; Malone, 2006; Smilansky, 1968) and levels of aggression (e.g.,
Crick, 1997; Crick, Casas, & Mosher, 1997; Paley, 1992; Underwood, 2003). First, it
was necessary to determine whether these categories of behaviors existed in these
classrooms. Once I determined that they existed, I then focused on the different
combinations of participant behaviors. Better understanding of these variables may
contribute to existing research on bullying, aggression, and play in the preschool
population.
peeake
กันยายน 09, 2010, 10:53:24 AM
ผลงาน: 0
peeake
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 09, 2010, 10:53:24 AM »
 ซึ้งจัง ซึ้งจัง ซึ้งจัง ขอบคุนคับ
ขั้น 3 : ซุปเปอร์สตาร์ *** ออฟไลน์ ออฟไลน์ เพศ: ชาย พลังสะสม: 130
กรกฎาคม 17, 2011, 08:36:49 PM
ผลงาน: 44
x_boy
แฟนคลับ
ขั้น 3 : ซุปเปอร์สตาร์
***

ผลงาน: 44
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
พลังสะสม: 130


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2011, 08:36:49 PM »
ว้าววว
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!