สิงหาคม 11, 2020, 01:19:32 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลไม่รู้ว่าใคร กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
พญาเต่าเลือน (พญาเต่าเรือน) ดีทางเมตตามหานิยม โชคลาภ  (อ่าน 1107 ครั้ง)
aekcub
กุมภาพันธ์ 07, 2011, 06:40:17 PM
ผลงาน: 0
aekcub
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 06:40:17 PM »
พญาเต่าเลือน (พญาเต่าเรือน) ดีทางเมตตามหานิยม โชคลาภ

         เมื่อพูดถึงเครื่องรางที่คนไทยเรารู้จักกันมาตั้งแต่ครั้งปู่ย่าตายาย  ซึ่งมีหลายประเภท  บางอย่างก็มีมานานแล้วแต่บางอย่างก็เพิ่งจะเกิดขึ้นตามสถานที่ต่าง ๆ จะสังเกตได้ว่าเมื่อมีสิ่งแปลกประหลาดผิดจากธรรมชาติปรากฎขึ้นที่ใด จะมีผู้คนหลั่งไหลไปกราบไว้บูขาขอโชคขอลาภกันอย่างงมงาย  ไม่ว่าสถานที่นั้นจะใกล้หรือไกลแค่ไหนก็จะดั้นด้น ไปจนถึงไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นต้นไม้หรือก้อนหินกระทั่งสัตว์  คนเราก็กราบไหว้เพราะอะไรหรือ  ก็เพราะมันเป็นสิ่งที่พึ่งอันสุดท้าย
 
         เครื่องรางของขลัง  ที่เรียกกันว่า  ?เต่าเลือน?  แห่งโชคลาภ  ดังนั้นคนไทยจึงนิยมนับถือสัตว์หลายชนิด ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์สมัยเมื่อเป็นพระโพธิสัตว์เสวยชาติต่าง ๆ เช่น  ช้าง  (พญาฉัททันต์)  นกคุ่ม (ลูกนกคุ่ม) นกยูง  (พญานกยูงทอง)  เต่าหรือพญาเต่าเลือนอันกลายมาเป็นเครื่องรางชนิดหนึ่งของคนไทย  แม้กระทั่งคนจีนก็ยังถือว่าเต่าเป็นสัตว์นำโชคลาภและสัตว์ที่มีอายุยืนยาวจะไม่นิยมกินเป็นอาหารเพราะถือว่าเป็นการบั่นทอนอายุของตนเอง  เต่านี่เแหละครับยังถูกนำมาเป็นหมอดู เรียกกันว่า ?หมอดูเต่าทอง? 
 
         แต่สำหรับคนไทยนั้นเชื่อกันว่าเต่าเลือน  คือ  พระโพธิสัตว์ผู้ช่วยมนุษย์ให้รอดจากอันตราย  ซึ่งมีปรากฎอยู่ในพระไตรปิฎกตอนหนึ่งว่า  ?ครั้งนั้นสมเด็จพระทศพลเสวยพระชาติเป็นพญาเต่า  มีร่ายกายอันใหญ่โตกินแต่ใบไม้และพลาหารต่าง ๆ บนยอดเขาบนเกาะร้างกลางทะเลและร่างกายของพระองค์ใหญ่เท่ากับเรือนหลังใหญ่ ๆ เรียกกันว่า เต่าเรือน  ท่านเสวยสุขอยู่จนกระทั่งวันหนึ่งมีสำเภาของพ่อค้ามาอับปางลงที่หน้าเกาะ  ส่วนลูกเรือและพ่อค้ารอดชีวิต จากความตายในทะเลได้แต่ก็ต้องมาผจญกับความอดยาก  เพราะบนเกาะไม่มีอาหารการกินแม้แต่สัตว์ใด ๆ ก็ไม่มียกเว้นพญาเต่าเรือน  จึงได้แต่นอนรอคอยความตาย  บ้างก็ร่ำ ๆ จะเข้ากินกันเป็นอาหาร
 
         ดังนั้นพระโพธิสัตว์เจ้าเห็นพ่อค้าและลูกเรือทั้งหลายจะพากันมาอดตายกันหมดก็เกิดความสลดใจและเห็นว่าตัวเราก็มีเนื้อมาก  อีกทั้งอายุก็มากแล้วหากต้องตายไปตามอายุร่างกายก็จะเน่าเปื่อยหาประโยชน์ไม่ได้  ซึ่งชีวิตนั้นก็เกิดแก่เจ็บตายก็เลยอธิฐานเอาร่างกายตนเป็นทานจึงคลานมาที่หน้าผาแล้วทิ้งตัวลงไปทำให้กระดองกระแทกกับแง่หินแตกกระจาย  เนื้อก็ไหลออกมากองอยู่ที่พื้นเบื้องล่าง  และทำให้พ่อค้ากับลูกเรือทั้งหลายได้อาศัยเนื้อเต่ากินเป็นอาหาร จึงรอดตาย  จนกระทั่งมีเรือผ่านมารับไปและจากการกระทำของพระโพธิสัตว์ในการอุทิศร่างโดยการเลื่อนลงมาจากหน้าผานั้นเลยเรียกกันว่า  ?พญาเต่าเลือน?

        คำว่า  ?เต่าเรือน?  จึงเป็นนามของพระโพธิสัตวืที่มีรูปร่างใหญ่และคำว่า  ?เต่าเลื่อน?  จึงเป็นนามของพระโพธิสัตว์ขณะเลื่อนตัวเองลงมาจนกระดองแตกถึงแก่ความตายเพื่อเอาเนื้อเป็นทาน  มิใช่เต่าเลือนที่เลอะเลือนจนมองไม่เห็นชัดเหมือนกับที่เขามั่วกันส่งเดชอยู่ในเวลานี้ ส่วนเต่าเลือนนั้นเป็นชื่อยันต์ที่ผูกขึ้นเป็นรูปเต่าเพื่อใช้ในการทำการสู้คดีความที่เป็นอยู่ให้หายไป  มิใช่นามของพระโพธิสัตว์ก็หาไม่ และการทำยันต์เต่าเลือนนั้น  เขาจะใช้การลบผงยันต์เต่าเรือนโดยซักยันต์คำว่า  ?นาสังสิโม?  อันเป็นหัวใจเต่าเรือนแล้วลบเอาผงมาใช้ในการปั้นรูปเต่าแล้วเอาชื่อของคู่คดีที่มาให้ทำเขียนใส่กระดาษมายัดเข้าไปในอกเต่าแล้วปิดทับให้สนิท  เมื่อปลุกเสกแล้วเอาไปฝังดินเอาอิฐทับ  และกล่าวกันว่าคดีความนั้นฝ่ายโจทย์จะให้การขัดแย้งกันเอง จนเลอะเลือนจับต้นชนปลายไม่ถูกกับแพ้คดีไปในที่สุด  การทำต้องทำให้กับผู้ที่ไม่มีความผิดแต่กลับถูกใส่ร้ายป้ายความผิดเท่านั้น  หากทำให้กับฝ่ายผู้ผิดเป็นการละเมิดครูผู้ที่ทำจะวิบัติต่าง ๆ จึงไม่ค่อยมีใครกล้ากระทำให้ผู้ผิดยกเว้นจำพวกที่เป็นแก่ได้หรือมีความโลภซึ่งผลจากการกระทำก็ลงเอยด้วยคือ  ความพินาศนั่นเอง
 
         สำหรับพระเกจิอาจารย์ทั่วไปนั้นท่านได้ผูกยันต์เต่าเรือนไว้เพื่อเป็นเครื่องรางสำหรับป้องกันตัวให้แคล้วคลาดจากภัยอันตราย  โดยผูกเป็นยันต์รูปเต่ามีหัวมีหางบรรจะอักขระจากหัวว่า  ?นา?  แล้วมาทางไหล่ว่า  ?สัง?  และมาตรงปลายกระดองหลังว่า  ?สิ?  ส่วนหางเรียกว่า  ?โม?  รวมเป็นสี่คำ  บางท่านก็ผูกยันต์เป็นกระดองด้วยลวดลายเป็นตาตารางแล้วบรรจุลงด้วยหัวใจเต่าเรือนที่คำสลับไปมาเรียกว่า  เดินหน้าถอยหลังแล้วปลุกเสกกำกับเอาติดตัวไปไหนมาไหนไม่ต้องกลัวอันตราย  จะทำการค้าขายก็ใช้ได้ผลดี
 
         ของดีตามธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งให้กับท่านผู้อ่านนั่นก็คือ  ?เต่าคงกระพัน?  หรือเต่าตายซาก  (ไม่ใช่เต่าที่เอาไปฆ่าแล้วฝังเหลือแต่ซากนะครับ  อันนั้นมันบาปกรรมนะจะบอกให้)  ผมขอเข้าเรื่องต่อนะ  อันเต่านี้เวลาจะตายแล้วเนื้อหนังของมันไม่เน่ากลับจะแห้งกรอบคงรูป  มันจะไปตายซุกตายซ่อนอยู่ในป่าหรือตามโพรงไม้  หากท่านผู้อ่านไปพบเห็นเข้าที่ไหน  จงเอาไปเก็บไว้ที่บ้าน  แต่ก่อนจะเอาไปไว้ให้พลีเสียก่อน  การพลีก็ไม่มีอะไรมาก  เพียงเด็ดดอกไม้อะไรก็ได้ที่อยู่แถวนั้น  (อย่าเอาดอกไม้ที่ไม่พึงประสงค์ล่ะ)  เอามาบูชาเต่าแล้วก็พูดเองเออเองว่า  ?พ่อเต่าทอง  แม่เต่าเงิน  ขออัญเชิญไปกับตัวข้า  มามะแม่มามามะพ่อมา  มาอยู่กับข้าเถอะเอย?  แล้วก็เออเองว่า  ?จ๊ะ!  ฉันจะไปอยู่ด้วย  จะทำให้รวยดังใจ?


ที่มาของบทความพระเครื่อง หรือ ข่าวพระเครื่อง นำมาจาก http://www.itti-patihan.com/พญาเต่าเลือน-พญาเต่าเรือน-ดีทางเมตตามหานิยม-โชคลาภ.html
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!