กันยายน 16, 2019, 05:41:20 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลไม่รู้ว่าใคร กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
เครื่องไหนใช้กับซิมอะไรบ้าง?  (อ่าน 3772 ครั้ง)
roropop
มกราคม 23, 2007, 06:22:02 PM
ผลงาน: 0
roropop
บุคคลไม่รู้ว่าใคร
« เมื่อ: มกราคม 23, 2007, 06:22:02 PM »
เครื่องไหนใช้กับซิมอะไรบ้าง?

เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เครื่องโทรศัพท์ dualband, triband, dualmode และ quadband นับวันยิ่งจะแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร โทรศัพท์เครื่องนี้ใส่ซิมระบบอะไรได้บ้างเยอะแยะไปหมด อย่างประเทศไทยจากที่เคยมีแค่ Analog และ GSM ก็ทำเอาปวดหัวกันมากอยู่แล้วทั้ง 900 1800 1900 ปลดล๊อก Imei แล้วจะใช้ได้ไหม พอคราวนี้ระบบ CDMA อย่าง Hutch เปิดตัวในไทยก็ยิ่งทำเอาสับสนไปหมด แล้วสรุปว่าซิมอะไรใส่อะไรได้บ้าง แล้วไหนจะเรื่องการนำเครื่องนอกมาใช้ในประเทศไทยอีก มาดูกันดีกว่าค่ะว่าอะไรเป็นอะไรกันแน่ เพื่อความง่ายต่อการเข้าใจจะขอกล่าวเทียบและเน้นที่ผู้ให้บริการ(Operater) ของไทยและที่เกี่ยวข้องนะคะ
ถ้าพูดถึงระบบทั้งโลกก็จะมีทั้ง Analog, GSM, CDMA, TDMA โดยมีความถี่ 470, 800, 850, 900, 1800, 1900 Mhz แตกต่างกันไป เรื่องตัวเลขความถี่ของแต่ละระบบนั้นจะแปรผกผันกับระยะทางในการส่งสัญญาณ อย่างเช่น 800 Mhz จะส่งสัญญาณ ได้ไกลแต่จะไม่ค่อยชัดนัก ส่วน 1900 จะส่งสัญญาณได้ใกล้แต่จะมีความคมชัดมากกว่า เทียบง่ายๆได้กับคลื่นวิทยุที่ระบบ AM จะมีคลื่นความถี่ต่ำประมาณ 540-1600 KHz ซึ่งจะส่งสัญญาณได้ไกลอาจส่งได้ข้ามหลายๆจังหวัดแต่จะไม่ชัดหากเทียบกับระบบ FM ที่อยู่ในช่วงความถี่ 88-108 MHz ที่ส่งได้เพียงใกล้ๆแต่มีความคมชัดมาก ต่อไปก็มาดูผู้ให้บริการต่างๆในไทยแยกเป็นระบบและความถี่กันดีกว่าค่ะ

Analog 800 MHz/900 MHz
ระบบ Analog นี้มีมานานมากแล้วเรียกได้ว่ายุคแรกๆของมือถือที่เศรษฐีเท่านั้นจึงจะมีครอบครองได้ เพราะสมัยนั้นโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งราคาอยู่ในหลักแสน ต่อมาก็เริ่มขยายตลาดมากขึ้นๆ ทั้งรุ่นกระดูกหมู รุ่นกระติกน้ำ เป็นต้น ระบบ Analog 800 MHz นั้นผู้ให้บริการคือบริษัท Worldphone 800 หรือ TAC ที่ปัจจุบันคุ้นกันในชื่อ DTAC นั่นเอง ส่วนระบบ Analog 900 MHz ผู้ให้บริการก็คือบริษัท Cellular 900 หรือ บริษัท AIS ในปัจจุบันระบบ Analog ในไทยนั้นไม่รองรับการส่งผ่านข้อมูลใดๆซึ่งนั่นก็หมายความว่าสามารถโทรเข้า-ออกได้เพียงอย่างเดียวไม่รองรับแม้กระทั่งการบริการส่งข้อความสั้น sms (Short Message Service) หลังจากมีรายการส่งเสริมการขายที่อำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนเป็นระบบ Digital Gsm ทำให้มีผู้ใช้ระบบ Analog หลงเหลืออยู่น้อยมาก ที่สำคัญอีกอย่างของระบบนี้จะใช้การยิงสัญญาณเข้าเครื่องโดยตรงไม่มี Sim Cardโทรศัพท์ที่ใช้กับระบบนี้จึงเป็นโทรศัพท์ที่ต้องใช้เฉพาะกับระบบนี้เท่านั้นไม่สามารถนำไปใช้กับระบบอื่นๆได้เลย ตัวอย่างโทรศัพท์ระบบนี้อย่างเช่น Nokia 282, Nokia 252, Nokia Ringo, Motorola dynatax

Digital GSM
ระบบ GSM ( GSMเป็นชื่อระบบนะคะ ไม่ใช่ชื่อผู้ให้บริการอย่างที่เราติดปากเรียกกัน ) เป็นระบบที่คนไทยเกิน 90% ใช้อยู่ ซึ่งระบบGSM Digital นี้ไม่ได้มีเพียงการผสมคลื่นความถี่ระหว่างคลื่นเสียงกับคลื่นวิทยุเพียงอย่างเดียว แต่จะมีการเข้ารหัส Digital ด้วย จึงทำให้ระบบ GSM เป็นระบบที่รองรับระบบเทคโนโลยี GPRS ที่เป็นการส่งผ่านข้อมูลความเร็ว 43.2K ที่อำนวยความสะดวกให้กับชีวิตได้มากอย่างการใช้บริการ WAP ที่ทำให้เราสามารถเช็ค email โอนเงิน เล่นเกม ตรวจสอบรอบหนัง ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ และรองรับเทคโนโลยีใหม่อีกอย่างที่ส่งผ่านข้อมูลได้เร็วขึ้นไปอีกอย่าง EDGE ด้วยความเร็ว 118 K
ตัวเลข 850/900/1800/1900 เป็นตัวเลขระบุความถี่ เราไม่สามารถใช้simที่มีความถี่ไม่ตรงกับตัวเครื่องได้ คล้ายกับการนำวิทยุ FM ไปรับคลื่น AM ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย เราจึงเห็นได้บ่อย ๆ ในการซื้อเครื่องจากต่างประเทศมาใช้ ว่าเครื่องนี้สามารถใส่ได้เฉพาะ sim บางระบบ ระบบที่มีอยู่ในประเทศไทยปัจจุบัน แบ่งได้เป็น บริษัท AIS แบ่งเป็น GSM Advance ( จดทะเบียน ) One2Call เป็นระบบ GSM ที่ใช้ความถี่ 900 MHz ส่วน GSM1800 หรือบริษัท Samart เดิมที่เราเคยคุ้นชื่อว่า Hello เป็นระบบ GSM ความถี่ 1800 MHz ทางด้าน DTAC และ D-prompt เป็นระบบ GSM ความถี่ 1800MHz เช่นเดียวกับค่าย Orange Just talk และTalk plan ส่วนระบบที่กำลังกลับมาทำตลาดหลังจากเงียบไปช่วงหนึ่ง เพิ่งส่ง “sim สบาย” กับค่าโทรสุดคุ้ม ออกมาทำคะแนน Thai mobile ใช้ระบบ GSM ความถี่ 1900MHz
พอทำความเข้าใจกับระบบในไทยแล้ว คราวนี้เครื่องไหนจะใช้กับระบบอะไรได้บ้างล่ะ?
โทรศัพท์แต่ละเครื่องจะมีการกำหนดช่องสัญญาณว่าจะใช้ได้กับระบบอะไร ความถี่อะไรได้บ้าง มาดูกันไปที่ละอย่างดีกว่าค่ะ
Dual band
Dual band เป็นระบบที่รองรับ 2 ระดับความถี่ โทรศัพท์ส่วนใหญ่ที่เราเห็นตามท้องตลาดจะเป็นระบบนี้ จะดูว่าเครื่องนี้ใช้กับระบบอะไรได้บ้างต้องดูที่ตัวเลขที่เขียนต่อท้าย เช่น Dualband 900/1800 คือใช้ได้กับระบบ 900 และ 1800 ถ้าเทียบในไทยก็ใช้ได้กับ AIS GSM1800 DTAC และ Orange ไม่สามารถใช้กับ Thai mobile ได้ ปัญหาความสับสนของ Dualband ที่เห็นกันชัดๆคงจะเป็นโทรศัพท์ 3 รุ่นพี่น้องที่กำลังได้รับความนิยมในไทยอย่าง E700/E710/E715 ซึ่ง 3 รุ่นนี้วางตลาดต่างที่กันจึงมีความถี่ที่ต่างกัน คือ E700 เป็น Dualband 900/1800 วางขายในเอเชีย E710 เป็น Dualband 900/1800 วางขายในยุโรป ส่วน E715 เป็น Dualband 900/1900 วางขายในอเมริกา คราวนี้จะเลือกซื้ออะไรต้องดูดีๆนะคะ
Triband
เดี๋ยวนี้โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆออกมาเป็น Triband ออกมากันเยอะ Triband รองรับทั้ง 3 ความถี่ก็คือ 900/1800/1900 ถ้าใช้โทรศัพท์ Triband จึงสามารถถือเครื่องเดียวไปใช้ได้เกือบจะทั่วโลก (แค่เกือบจะเท่านั้นนะคะ) ตัวอย่างของเครื่องที่เป็นระบบนี้เช่น Nokia 3650 Siemens SX1 Samsung S300 Sony Ericsson T630
Quadband
เทคโนโลยีไม่หยุดนิ่งจริงๆ มันพัฒนาไปได้เรื่อยๆ Quadband ป็นโทรศัพท์ที่รองรับความถี่ 4 ระดับ 850/900/1800/1900 เพิ่งจะออกมาได้ไม่กี่รุ่นที่มีวางจำหน่ายในไทยแล้วก็มี Motorola V600 ส่วนที่ยังไม่มีวางจำหน่ายในไทยเก็เช่น Gx30
Dualmode
เปลี่ยนจากคำว่า Band เป็น Mode เพราะมันไม่ใช่ว่าจะรับได้ 2 ระดับความถี่แต่เป็น 2 ระบบต่างหาก มันจะเป็น Dualband หรือ Triband ของ GSM และยังสามารถรองรับระบบ CDMA ได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น 7600

CDMA
คราวนี้มาดูระบบน้องใหม่ในไทยกันบ้าง แม้ว่าจะมีผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่เพิ่งจะฉลองครบรอบ 1 ขวบไปเมื่อเร็วๆนี้อย่าง Hutch แต่ก็เป็นระบบที่น่าจับตามองทีเดียวเพราะทุกวันนี้ได้รับความนิยมอย่างมากนับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้นๆ ด้วยกลยุทธ์การผูกมัดด้วยสัญญาการใช้งานและขายเครื่องในราคาถูก ระบบ CDMA ในโลกแบ่งออกเป็นหลายระบบเยอะแยะไปหมด ทั้ง IS-95B Digital, 2000 1X, 2000 1X EV-DO และ 20001x-EV-DV แต่จะขอพูดถึงเพียงระบบที่ใช้อยู่ในไทยแล้วกันนะคะ
Hutch ใช้ระบบ CDMA 20001X ด้วยการที่ระบบ CDMA เป็นระบบที่เน้นการรับส่งข้อมูลความเร็วสูง อย่างระบบที่ Hutch ใช้ในปัจจุบันมีความเร็วถึง 153 K ทีเดียวและกำลังจะก้าวไปสู่ระบบ 2000 1X-EV-DO ซึ่งเพิ่มความเร็วเป็น 2.4 Mbps. เร็วๆนี้ ส่วนเรื่องการแปลง Terminal Hutch ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางแปลงให้ไปใช้กับระบบอื่นๆได้เด็ดขาดและไม่ใช่ว่าจะใช้ได้กับระบบ CDMA ทุกเครื่องด้วย เพราะจะต้องดูความถี่เช่นเดียวกับที่ดูกับระบบ GSM ระบบ CDMA บางเครื่องก็ใช้การยิงสัญญาณเข้าตรงที่เครื่องเช่นเดียวกับระบบ Analog อย่างเช่นเครื่อง Samsung A-564 Hutch ใช้ความถี่ 800 MHz หากเราจะนำเครื่อง CDMA มาใช้จากต่างประเทศก็ต้องดูที่ความถี่ตัวนี้ด้วยว่ารองรับความถี่ 800 MHz หรือไม่ อย่างเช่น เราไม่สามารถนำโทรศัพท์ในญี่ปุ่นมาใช้ในไทยได้เลยเราะญี่ปุ่นใช้ระบบ PCN 1500 MHz เครื่อง CDMA สังเกตได้ง่ายๆคือจะต่างกับระบบทั่วไปตรงที่ส่วนใหญ่จะมีเสาที่สามารถดึงขึ้นได้

สรุปแล้วก็คือถ้าจะเลือกซื้อเครื่องโทรศัพท์หรือผู้ให้บริการใหม่นั้นต้องศึกษาที่ระบบและความถี่ของเครื่องและผู้ให้บริการนั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการซื้อโทรศัพท์จากต่างประเทศมาใช้ หรือการนำโทรศัพท์ไปใช้ยังต่างประเทศ เราจะต้องศึกษาว่าที่นั้นๆใช้ระบบอะไรและความถี่อะไร ตัวอย่างที่สำคัญๆเช่น ญี่ปุ่นใช้ CDMA PCN 1500 MHz อเมริกาใช้ TDMA และระบบ GSM 1900 MHz เกาหลีใช้ CDMA 1800 MHz รู้อย่างนี้เราก็สามารถเลือกหาโทรศัพท์มาใช้ให้ถูกต้องได้แล้วนะคะ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!