สิงหาคม 15, 2020, 05:20:32 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลไม่รู้ว่าใคร กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
เคมีอะ่ครับ ช่วยหน่อยนะครับเกี่ยวกับธ&  (อ่าน 5735 ครั้ง)
ขั้น 3 : ซุปเปอร์สตาร์ *** ออฟไลน์ ออฟไลน์ เพศ: ชาย พลังสะสม: 315
มกราคม 14, 2008, 07:35:08 PM
ผลงาน: 28
bugbug
แฟนคลับ
ขั้น 3 : ซุปเปอร์สตาร์
***

ผลงาน: 28
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
พลังสะสม: 315

~{รัก พธม.และประเทศไทย}~

« เมื่อ: มกราคม 14, 2008, 07:35:08 PM »
 
    ขอข้อมูล เกี่ยวกับ ธาตุทรานซิชัน กะ ธาตุกึ่งโลหะ หน่อยนะครับ
    จะเอาไปทำเปงรายงาน Present หน้าห้องอ่ะครับ
    ขอบคุนล่วงหน้าเลยนะครับ



ขั้น 3 : ซุปเปอร์สตาร์ *** ออฟไลน์ ออฟไลน์ เพศ: หญิง พลังสะสม: 111
มกราคม 20, 2008, 11:17:36 PM
ผลงาน: 17
arm130133
แฟนคลับ
ขั้น 3 : ซุปเปอร์สตาร์
***

ผลงาน: 17
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
พลังสะสม: 111

หาคู่ไม่เจอ

« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 20, 2008, 11:17:36 PM »
ธาตุในแนวตั้ง  เรียกว่า  หมู่  (group)  แบ่งออกเป็น  18  แถว  และแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ 
2  กลุ่ม  คือ
               กลุ่มย่อย A  เรียกว่าธาตุเรพรีเซนเตติฟ  (Representative  elements)  มี  8  แถว  คือ  หมู่  I A  ถึง  VIIIA  มีชื่อของกลุ่มธาตุดังนี้

              หมู่  I A  เรียกว่า  โลหะอัลคาไลน์  (Alkali  metals)  คือ  Li  Na  K  Rb  Cs  Fe
              หมู่  II A  เรียกว่า  โลหะอัลคาไลน์เอิร์ท  (Alkaline  earth  metals)  คือ  BeMg  Ca  Sr  Ba  Ra
              หมู่  VII A  เรียกว่า  หมู่ธาตุแฮโลเจน (Halogens)  คือ  F  Cl  Br  I  At
              หมู่  VIII A  เรียกว่า  ก๊าซเฉื่อยหรือก๊าซมีตระกูล  (Inert  gases หรือ Noble  gases)  คือ  He  Ne  Ar  Kr  Xe  Rn
             กลุ่มย่อย B  เรียกว่า  ธาตุทรานซิชัน  (Transition  elements)  แบ่งออกเป็น  8  หมู่  แต่มี
10  แถว โดยธาตุหมู่  VIII B  มี  3  แถว  และมีชื่อของกลุ่มธาตุดังนี
              หมู่  III B  เรียกว่า  แรร์เออร์ท  (Rare  earth)  คือ  Sc  Y  La  Ac
             กลุ่มธาตุแลนทาไนด์  เป็นธาตุกลุ่มย่อยที่แยกออกมาจากหมู่  III B  ในคาบที่  6  คือCe         Lu
              กลุ่มธาตุแอกติไนด์  เป็นธาตุกลุ่มย่อยที่แยกออกมาจากหมู่  III B  ในคาบที่  7  คือTh         Lr
              กลุ่มธาตุแลนทาไนด์ และกลุ่มธาตุแอกติไนด์เรียกว่าอินเนอร์ทรานซิชัน (Inner  transition  elements)
              ธาตุที่อยู่ในหมู่เดียวกัน  จะมีวาเลนต์อิเลคตรอนเท่ากัน  และจำนวนวาเลนต์อิเลคตรอนจะตรงกับเลขหมู่ของธาตุในกลุ่มย่อย
A  เช่น         
              ธาตุหมู่  I A  มีวาเลนต์อิเลคตรอนเท่ากับ  1
              ธาตุหมู่  II A  มีวาเลนต์อิเลคตรอนเท่ากับ  2
              ธาตุหมู่  III A  มีวาเลนต์อิเลคตรอนเท่ากับ  3
              ธาตุหมู่  V A  มีวาเลนต์อิเลคตรอนเท่ากับ  5
              ธาตุหมู่  VII A  มีวาเลนต์อิเลคตรอนเท่ากับ  7
              ธาตุหมู่  VIII A  มีวาเลนต์อิเลคตรอนเท่ากับ  8

ขั้น 3 : ซุปเปอร์สตาร์ *** ออฟไลน์ ออฟไลน์ เพศ: หญิง พลังสะสม: 111
มกราคม 20, 2008, 11:25:04 PM
ผลงาน: 17
arm130133
แฟนคลับ
ขั้น 3 : ซุปเปอร์สตาร์
***

ผลงาน: 17
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
พลังสะสม: 111

หาคู่ไม่เจอ

« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 20, 2008, 11:25:04 PM »
สมบัติของธาตุต่างๆนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดเรียงตัวของอิเล็กตรอนในธาตุนั้นนั่นเอง โดยที่ธาตุในหมู่เดียวกันจะมีการจัดเรียงตัวของอิเล็กตรอนวงนอก (outer electron configuration) เหมือนกัน ดังนั้นเราสามารถใช้ตารางธาตุทำนายลักษณะของอะตอมได้ เช่น การจัดเรียงตัวของอิเล็กตรอน, ขนาดอะตอม, Ionization Energy และ Electron Affinity
การจัดเรียงตัวของอิเล็กตรอน
คาบของตารางธาตุ จะบอกถึงค่า n ของอิเล็กตรอนวงนอกว่ามีค่าเท่าไร และหมู่ในตารางธาตุจะบอกถึงจำนวนอิเล็กตรอนวงนอกสุดว่ามีค่าเป็นเท่าไร เช่น Li การจัดเรียงตัวของอิเล็กตรอนเป็น 1s2, 2s1 ซึ่งได้มีการกำหนดให้อยู่ในตารางธาตุที่ คาบที่2 แสดงถึงอิเล็กตรอนวงนอกมีค่า n = 2 (2s) และอยู่ใน หมู่ที่ 1 แสดงถึงจำนวนของอิเล็กตรอนวงนอกมีจำนวน 1 ตัว (2s1) ส่วน Be มีการจัดเรียงตัวของอิเล็กตรอนเป็น 1s2, 2s2 ซึ่งได้มีการกำหนดให้อยู่ในตารางธาตุที่ คาบที่2 แสดงถึงอิเล็กตรอนวงนอกมีค่า n = 2 (2s) และอยู่ใน หมู่ที่ 2 แสดงถึงจำนวนของอิเล็กตรอนวงนอกมีจำนวน 2 ตัว (2s2) ถ้าเทียบกับ Na จะการจัดเรียงตัวของอิเล็กตรอนเป็น 1s2, 2s2, 2p6, 3s1 ซึ่งได้มีการกำหนดให้อยู่ในตารางธาตุที่ คาบที่3 แสดงถึงอิเล็กตรอนวงนอกมีค่า n = 3 (3s) และอยู่ใน หมู่ที่ 1 แสดงถึงจำนวนของอิเล็กตรอนวงนอกมีจำนวน 1 ตัว (3s1)

ธาตุต่างๆในตารางธาตุได้จำแนกออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ 3 กลุ่ม คือ
1. ธาตุหมู่หลัก (Representative element) เรียกธาตุกลุ่มนี้ว่า ธาตุกลุ่ม A คือธาตุหมู่ 1 ถึงหมู่ 7 เป็นพวกที่มีอิเล็กตรอนใน orbital สูงสุด (s หรือ p orbital)ไม่เต็ม
2. แก๊สมีตระกูล (noble gasea) คือธาตุหมู่ 8A เป็นพวกก๊าซเฉื่อย เป็นพวกที่มีอิเล็กตรอนใน orbital สูงสุดเต็ม ยกเว้น He (ไม่มีอิเล็กตรอนใน probital)
3. ธาตุทรานซิชัน (Transition element) คือธาตุหมู่ B เป็นพวกที่มีอิเล็กตรอนไม่เต็มใน d orbital
ขนาดอะตอม
ขนาดอะตอมขึ้นกับขนาดของวงนอก (outer shell) มีหน่วยเป็น pm (= 10-12 m) ซึ่งขนาดวงนอกขึ้นอยู่กับ สองตัวแปรด้วยกันคือ เลขควอนตัม (n) และ ประจุบวกในนิวเคลียสที่จะดึงดูดกับอิเล็กตรอนวงนอก (effective nuclear charge)

ถ้าพิจารณาขนาดอะตอมในหมู่เดียวกัน ขนาดของอะตอมจะเพิ่มขึ้นจากบนลงล่าง เป็นดังนี้เพราะ ในหมู่เดียวกัน ค่า n เพิ่มขึ้นจากบนลงล่าง ในขณะที่ อิเล็กตรอนวงนอกได้รับ effective nuclear charge เท่าๆกัน ดังนั้นขนาดของอะตอมจึงขึ้นอยู่กับค่า n และที่ n มากขึ้นขนาดของวงนอกจะเพิ่มขึ้นด้วย

ถ้าพิจารณาขนาดอะตอมในคาบเดียวกัน สำหรับธาตุ representative (หมู่ A)ขนาดของอะตอมจะลดลงจากซ้ายไปขวา เพราะในคาบเดียวกัน ค่า n เท่ากัน แต่ค่า effective nuclear charge มีค่าเพิ่มขึ้นจากซ้ายไปขวา ซึ่งอธิบายได้ดังนี้ ว่า เมื่อเลขอะตอมเพิ่มขึ้นก็จะมีจำนวนโปรตอนในนิวเคลียสมากขึ้น แต่อิเล็กตรอนวงในมีจำนวนเท่าเดิมทำให้อิเล็กตรอนวงนอกถูกดึงเข้าไปใกล้นิวเคลียสโดยโปรตอนมากขึ้น ทำให้ขนาดของอะตอมเล็กลงจากซ้ายไปขวาในคาบเดียวกัน

ถ้าพิจารณาขนาดอะตอมของธาตุทรานซิชันในคาบเดียวกัน จะได้ว่า เมื่อเลขอะตอมเพิ่มขึ้น อิเล็กตรอนที่เพิ่มขึ้นจะเติมลงในวงใน ดังนั้น effective nuclear charge ที่อิเล็กตรอนวงนอกได้รับจึงเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ดังนั้นสำหรับธาตุทรานซิชันแถวแรก (คาบ 4) จึงมีขนาดอะตอมเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

lanthanide contraction คือ การบดบังของอิเล็กตรอนวงในเกิดไม่สมบรูณ์ ทำให้มีขนาดอะตอมลดลงทีละน้อยๆ เช่น Hf ซึ่งอยู่ใต้ Zr มีขนาดเท่ากันกับ Zr เพราะ มีการเพิ่มอิเล็กตรอนใน 4f subshell (วงใน) ทำให้ธาตุทรานซิชันที่เหลือในคาบ 6 มีขนาด อะตอมเท่ากับธาตุที่อยู่บนในคาบ 5

ขนาดอะตอมของไอออน
ไอออนบวกจะมีขนาดของอะตอมเล็กลง เมื่อเทียบกับอะตอมนั้นที่เป็นกลาง ส่วนไอออนลบจะมีขนาดอะตอมใหญ่ขึ้น

พลังงานไอออไนเซชัน (Ionization Energy ; IE)
เป็นพลังงานที่ต้องการใช้ในการดึงอิเล็กตรอนออกจากอะตอมในสภาวะก๊าซ ที่สภาวะพื้น โดยเริ่มจากวงนอก IE วงนอก ต่างกับวงในมาก

สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน (Electron Affinity; EA)
เป็นพลังงานที่ให้ออกมาหรือที่ดูดเข้าไปในการเติมอิเล็กตรอนเข้าไปในก๊าซที่เป็นกลางสภาวะพื้น
EA ลำดับสอง คือการเติมอิเล็กตรอนตัวที่สองเข้าไปจะมีค่าเป็นบวกเพราะเป็นการเติมอิเล็กตรอนลงไปในไอออนลบ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้พลังงาน
อะตอมขนาดเล็กและมี effective nuclear charge ของวงนอกสูงจะมีค่า electron affinity สูง เช่นธาตุใน หมู่ VII



หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!