หน้าแรก >> ติดต่อเรา >> ชีวิต 4 ปีที่เบ็ญจะมะมหาราช (ม.ต้น)




ชีวิต 4 ปี ในรั้วเขียวแดง โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช

เริ่มเข้ามาสู่รั้วเขียวแดง โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช ตั้งแต่อายุ ๑๓ ปี... สอบเข้าโรงเรียนได้ลำดับที่ ๗๑ ได้อยู่กลุ่มพานิชยกรรมคอมพิวเตอร์ ตามที่เลือกไว้ ห้อง ม.๑/๖ ได้เลขที่ ๓๗ ต่อมามีเพื่อนย้ายโรงเรียน ออกไปหนึ่งคนเลขที่จึงเลื่อนขึ้นมาได้เลขที่ 36 ถือเป็นคนที่ 6 ของกลุ่มคอมพิวเตอร์

โรงเรียนแห่งนี้ถือเป็นอันดับ 1 ในจังหวัด และถือเป็นอันดับหนึ่งในอีสานตอนล่างเลยทีเดียว และเป็นความใฝ่ฝันของเด็กหลายๆคนที่จะได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ เราเป็นเด็กบ้านนอกคนนึงที่มีความใฝ่ฝันที่จะเข้าเรียนโรงเรียนแห่งนี้ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว... จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เราขยันเรียนในช่วง ประถมปลาย เพราะต้องสอบแข่งขันกับเด็กโรงเรียนอื่นๆอีกเป็นพันๆคน ก่อนหน้านั้นเราเคยมาสอบแข่งขันคณิตศาสตร์ Math Contest ที่โรงเรียนเบ็ญจัดขึ้น แต่ครั้งนั้นทำให้เรารู้สึกว่าเราโง่ไปเลย เอาโจทย์กลับไปให้ครูที่โรงเรียนประถมเฉลยให้ ครูก็ยังทำไม่ได้
สมัยนั้นเราวิ่งตระเวณสอบไปทั่ว โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินท์ ศรีสะเกษ , โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย บุรีรัมย์ , สอบได้ทุนโรงเรียนนานาชาติอะไรนี่แหละ ที่จังหวัดขอนแก่น ลืมแล้ว ที่ขอนแก่น แต่ไม่ว่าเราไปสอบที่ไหน ก็ติดหมด.. แต่เราสละสิทธิ์ไม่ไปรายงานตัว เพราะเราตั้งใจแน่วแน่ว่าจะสอบเข้าโรงเรียนเบ็ญแห่งนี้... แต่มันก็เสี่ยงนะ เพราะโรงเรียนรัฐทุกโรงเรียนจะสอบพร้อมกันทั่วประเทศ นั่นหมายความว่า ถ้าเราสอบไม่ติด... ก็ซวย เราอยู่ในสภาพหลังชนฝา ท่ามกลางกระแสต่อต้าน และความไม่เห็นด้วยจากผู้ใหญ่มากมาย.. ทั้งลุงป้า น้า อา รวมไปถึงคุณแม่ด้วย มีแต่พ่อที่สนับสนุนในตอนนั้น (ไม่มีใครเลยที่คิดว่าเราจะสอบติด) แต่เราไม่อยากได้ที่อื่นไง ยังไงก็อยากจะเข้าที่นี่ เราจึงไม่สนคำทัดทานจากญาติพี่น้อง พยายามอย่างไม่ลดละเพราะกลัวจะสอบไม่ติด ในที่สุดเราก็สอบผ่านการคัดเลือก.. ได้เข้ามาเรียนสมใจ ...ไม่เคยเสียใจเลยที่ได้เข้ามาเรียนที่นี่ เพราะที่นี่ทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และมีโอกาสพบกับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต.


ชีวิตสมัย ม.ต้น
ช่วงชีวิตสมัย ม.ต้น เราเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว หมกมุ่นอยู่กับคอมพิวเตอร์ ถือเป็นช่วงที่เรียนไม่ดีเท่าไหร่ แต่พัฒนาการความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ถือว่าสุดยอดมาก ตอน ม.1 มีโอกาสได้เรียนการทำโฮมเพจด้วย HTML และมีโอกาสได้จับกลุ่มกับเพื่อนๆ แข่งขันการทำโฮมเพจนักเรียน ม.ต้น ในปีนั้น อาจารย์ที่ถือเป็นสุดยอดและเป็นเหมือนฮีโร่ด้านการทำโฮมเพจของเรา ขณะนั้น คือ อาจารย์มนตรี โคตรคันทา เว็บมาสเตอร์ easyhome.in.th อาจารย์ได้ถ่ายทอดวิทยายุทธการทำโฮมเพจให้กับเรา ตอนแรกที่เข้ามาเรียน เราเคยเขียนโค้ดไม่ถูก แล้วถามอาจารย์ อาจารย์ถึงกับฮาก๊ากเลย.. เพราะเราเขียนได้มั่วมาก แต่ว่าเรียนยังไงก็ไม่เบื่อ เพราะอาจารย์มนตรีแกจะมีเทคนิคการสอน โดยการเล่าเรื่องตลก ทำให้การเรียนเป็นแบบฮาๆ ไม่เครียด เราเลยรู้สึกว่า สนุกกับการเรียน


ได้รู้จักอินเทอร์เน็ตครั้งแรก ตอน ม.1
ตอนนั้นเราไม่เคยรู้จักเลยว่า internet เนี่ย!มันคืออะไร... จนกระทั่งจำได้ว่าอาจารย์บังคับให้ต้องสมัครอีเมล์ เลยต้องไปทำความรู้จักกับมัน อีเมล์แรกของเราสมัครกับ chaiyo.com เพราะเป็นอีเมล์ที่ใช้งานง่าย แถมเป็นภาษาไทย เราก็เลยใช้มันอยู่พักใหญ่ๆ จนกระทั่งรู้สึกว่าน่าจะเปลี่ยนได้แล้ว

โลกไซเบอร์ของพวกเรา ใน pirch98
ทุกเย็นหลังกลับมาจากโรงเรียน เราจะต้องต่ออินเทอร์เน็ต เป็นประจำ ช่วง 2 ทุ่ม เพราะจะเป็นเวลาที่เรากับเพื่อนๆ จะได้มาเจอกันห้องแชท โปรแกรม pirch98 ห้องที่เราเข้าไปสิงสู่อยู่เสมอคือ #ห้องเด็กแร็พ , #เบ็ญจะมะมหาราช , #อุบลราชธานี
  • #ห้องเด็กแร็พ : นี่คือห้องนัดพบของเราและเพื่อนๆในห้องเรียน เราจะเข้ามาคุยกันทุกคืน... จำไม่ได้เหมือนกันว่าตอนนั้นคุยอะไรกันไปมั่ง แต่จำได้ว่าสนุกและประทับใจ
  • #เบ็ญจะมะมหาราช : นี่เป็นห้องนัดพบของนักเรียนโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช เพื่อนๆพี่ๆน้องๆจะเข้ามาคุยกันในห้องนี้

หลังจากเราเห่อ pirch98 กับ icq ได้ 2 ปี จนถึงขนาดที่เรียกได้ว่าไม่มีคำสั่งไหน irc ที่เราไม่รู้จัก... พอขึ้น ม.3 เราก็เริ่มได้รู้จักกับโปรแกรม MSN Messenger เพื่อนๆเริ่มผลักดันให้เราใช้โปรแกรมนี้คุยกัน แรกๆ เราก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับโปรแกรมนี้หรอก เพราะชินกับโปรแกรม ICQ ที่มันจะร้อง โอ๊ะโอ่ เราสามารถฝากข้อความถึงกันได้แม้ตอน offline ซึ่งเป็นจุดเด่นในสมัยนั้น

การเรียนที่แสนเศร้า
เราสอบได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนเบ็ญแห่งนี้ แต่ใช่ว่าเราจะเรียนเก่งนะ... ถ้าเทียบกับเพื่อนๆแล้ว เราถือว่าอยู่อันดับกลางๆของห้อง ค่อนๆไปท้ายๆ หรือเรียกได้ว่าเรียนอ่อน จะมีดีก็แต่ความสามารถพิเศษ คือ เป็นตัวแทนไปแข่งนู่นนี่อยู่บ่อยๆ ในห้องเรียน เราจะเป็นเด็กท้ายห้อง แต่ก็ไม่ท้ายที่สุดนะ คือที่นั่งจะไม่อยู่ด้านหน้ามากนัก จะอยู่กลางๆลงไป ตอนเรียนเราจะหลับบ่อยมาก ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน.. แต่เรียนๆไป หนังตาก็จะเริ่มเคลื่อนโมเลกุลเข้าหากัน ตาก็จะเริ่มปิด แสงเข้าตาน้อยลง ในที่สุดเราก็จะหลับ บางครั้งหลับจนหมดคาบไปแล้ว ต้องย้ายไปเรียนห้องอื่น แต่เพื่อนมันก็ขี้แกล้ง.. เห็นใครหลับ บางทีก็เอาปากกามาเขียนหน้ามั่ง..(เราก็เคยทำ ^^) บางทีก็ไม่ยอมปลุก เราเคยโดน! ตื่นมา.. อ้าวเพื่อนไปไหนหมดแล้ววะ


เพื่อน : พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน
กลุ่มคอมพิวเตอร์ของเรา มีชื่อกลุ่มว่า "C-DeR" ซีเด้อ (ภาษาอีสาน เด้อ แปลว่านะ) (C ย่อมาจาก Computer) เป็นการประกาศให้โลกรู้ว่าเราคือกลุ่ม Computer นะ บางครั้งก็อ่านว่า "ซิเด๋อ" พวกเราจะมีเสื้อรุ่นในทีมของพวกเรา เป็นเสื้อสีดำ ด้านหลังเขียนว่า C-DER Computer 2001 ด้านหน้ามีชื่อนามแฝงของพวกเราปักอยู่ เวลาไปที่ไหนเป็นทีม... นี่สุดยอดเลย.. เมื่อเรารวมกลุ่มกัน เราก็จะใส่เสื้อตัวนี้มาเจอกัน..


ห้องเราเป็นประเภทเล่นอะไรเล่นด้วยกัน ทำอะไรทำด้วยกันเสมอๆ สมัย ม.๑ ทุกเช้าเราจะต้องรีบตื่นมาจองโต๊ะปิงปอง... เพราะถ้ามาสายจะไม่มีโต๊ะเหลือ เราก็จะเล่นด้วยกันทั้งชายและหญิง พอขึ้น ม.2 พวกเราทั้งห้องก็เปลี่ยนมาเล่นบาสแทน ทุกเช้าและตอนเที่ยงก็จะรีบมาจองแป้นบาสเหมือนกัน แล้วจัดทีมเล่นครึ่งสนาม จำได้มีอยู่ครั้งนึง พวกเราเล่นกลางฝนจนตัวเปียก...ชุ่ม แล้วขึ้นห้องเรียนไปนั่งเรียนต่อตอนบ่าย พอขึ้น ม.๓ พวกเราก็เปลี่ยนมาเล่นวอลเล่บอล และเล่นกันทุกๆวัน.. ตบ กระโดดเสริฟ เราก็ทำได้หมด จนเราสามารถเล่นกีฬาได้ทุกประเภทจิงๆ

กีฬาที่ถือเป็นยอดนิยมสำหรับเด็กเบ็ญ คือ บาสเก็ตบอล ทุกครั้งที่เราเป็นเจ้าบ้าน เด็กเบ็ญทั้งหมดจะขึ้นไปโรงยิมชั้นสองเพื่อเชียร์นักบาสโรงเรียนของเรา ซึ่งเก่งกาจมาก ถล่มทีมอื่นกระเจิง บางครั้งคะแนนทิ้งห่างเป็นร้อยคะแนน ทำให้กีฬาบาสเป็นที่สนใจของพวกเรามากๆ โดยเฉพาะบรรยากาศการเชียร์ ก่อนเริ่มแข่งขัน เด็กเบ็ญทั้งหมดจะยืนขึ้นพร้อมเพรียง เอามือขวากำวางไว้ที่อกด้านซ้าย ร้องเพลง “ชูเกียรติเบ็ญ” อย่างเต็มเสียงข่มขวัญทีมคู่ต่อสู้

ทุกปีฉลองปีใหม่ด้วยกัน
ตั้งแต่ ม.1 ถึง ม.3 พวกเรากลุ่มซิเด๋อ จะต้องมาฉลองปีใหม่ด้วยกันเสมอ... เราจะมีกิจกรรมเล็กๆด้วยกัน กิน เล่น คุย ร้องเพลงด้วยกัน และมีการจับฉลากแลกของขวัญกัน จนกระทั่งถึงวินาที countdown

พอขึ้น ม.ปลาย ม.4 พวกเราต่างแยกย้ายกันไปคนละทาง บางคนก็ย้ายไปเรียนสายอาชีพ ส่วนพวกเราที่เรียนสายสามัญต้องถูกจับแยกห้อง เราต่างต้องไป countdown กับเพื่อนๆห้องใหม่ แต่พวกเราก็ยังเว้นที่ว่างนัดกันมาฉลองปีใหม่ล่วงหน้า 1 วัน...


สงกรานต์ด้วยกันทุกปี....
พวกเราจะนัดเล่นสงกรานต์ด้วยกัน โดยจะเลือกเอาวันที่คิดว่าจะสาดน้ำกันดุเดือดที่สุด... ถ้าจะเล่นสงกรานต์ในอุบล ถนนหน้าโรงเรียนอุบลวิทย์ถือเป็นจุดที่ดุเดือดสุด ถึงขนาดเคยมีการลวนลาม... แล้วตัดนิ้วขาดกระเด็นมาแล้ว... นั่นแหละ...เราก็เลือกถนนเส้นนั้น เพราะไม่ว่ารถคันไหนๆก็อยากจะเข้ามาเล่นถนนสายนี้กันทั้งนั้น

หากจะเล่นสงกรานต์ในเมืองอุบล ขอแค่มีคุน้อย(ถังเล็ก) 1 อัน กับแป้งกระป๋องเล็กๆ เราก็สามารถเล่นสงกรานต์ได้แบบสนุกสนานแล้ว ส่วนน้ำไปหาเอาข้างหน้าได้... เราสามารถที่จะไปที่ไหนก็ได้ โดยขอขึ้นท้ายรถกระบะไปเล่นด้วย รถจะวนรอบๆนั่นแหละ ตอนนั้นเราคิดว่า การเล่นให้สนุกไม่จำเป็นต้องสาดเสมอไป เราต้องรู้จักใช้แป้งให้เป็นประโยชน์...ก้อจะสนุกอีกแบบเหมือนกัน

แต่ที่น่าหนักใจที่สุด คงจะเป็นด่านกระเทย... วันสงกรานต์นี้ถือเป็นโอกาสอันดีให้กระเทยได้มีโอกาสจกล้วง... ใครขี่มอเตอร์ไซด์ต้องระวังดีๆ เพราะเท่าที่เห็นมา น้อยรายที่จะรอดด่านกระเทยนี้ไปได้